เราหลายหลายคน

3-4 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ยกให้เป็นอีกหนึ่ง “สุขสัปดาห์”
เพราะได้ใช้เวลากับผู้คนที่คุ้นเคยและรู้สึกดีๆต่อกัน

เที่ยงๆบ่ายๆวันเสาร์
ไปโต๋เต๋กับน้องชายคนกลางและหลานชายที่ฟิวเจอร์ปาร์คฯ
เจตนาคือต้องการซื้อ Note book
ก่อนไปดูคอมพ์ได้พากันไปหม่ำอาหารกลางวันที่ Sizzler
เจ้าหลานชายก็ซ่าส์ ป่วน(มาก) ตามประสาเด็กๆ
รู้สึกชื่นชมบรรดาพ่อๆแม่ๆที่อดทนในการดูแลให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้น
เข้าใจว่าน่าจะเหนื่อยน่าดู แค่อาหารหนึ่งมื้อของเราก็พอจะบอกได้แล้ว
แต่เชื่อว่าเป็นความเหน็ดเหนื่อยที่ก่อให้เกิดความสุข

หลังจากได้ Note book สมใจ
ก็แยกย้ายสลายโต๋กับน้องชายและหลาน เพื่อมุ่งตรงไปยังสยาม
แวะร้านหนังสือ คิโนะคุนิยะ @สยามพารากอน ได้หนังสือติดไม้ติดมือมาสองสามเล่ม
จากนั้นก็เดินต่อไปยังงาน Smile @ ราชประสงค์
จุดหมายหลักก็คือแวะทักทาย+อุดหนุนโปสการ์ดของคู่รักนักเขียน “นิ้วกลม&ชิงชิง”
โชคดีช่วงที่ไปถึงผู้คนที่บูธยังไม่มาก ได้โอภาปราศัยกับเอ๋เล็กน้อย
และให้น้องฝากตัวอักษรไว้บนกระดาษอีกหลายๆแผ่น
ส่วนชิงชิงง่วนอยู่กับการวาดภาพสีน้ำบนสมุด Portrait เลยไม่ค่อยได้คุยกัน
น้องๆใจดีให้โปสการ์ดมาหนึ่งชุด ก็เลยอุดหนุนน้องๆกลับด้วยโปสการ์ดหนึ่งชุดเช่นกัน ^o^

งานนี้เอ๋ต้องรีบกลับก่อน เหตุผลคือดูบอลคู่เยอรมัน-อาร์เจนตินา (พร้อมพากษ์บอลผ่าน twitter)
แอบแซวน้องไปว่า ให้พี่เชียร์ทีมเยอรมันมั้ย เพราะรู้สึกว่าตัวเองเชียร์ทีมไหนทีมนั้นแพ้ทุกทีมเลย
น้องบอกเชียร์ได้เลย เพราะทีมนี้ไม่มีอาถรรพ์ (อารมณ์ตอนพูดดูมั่นอกมั่นใจมากๆ)
หลังจากแยกย้ายกันกับน้องๆทั้งคู่
เรา ที่ประกอบด้วยพี่แขก จุ๋ม น้องต้อม เดินกลับไปยังสยามพารากอนเพื่อหม่ำข้าวมื้อค่ำกันที่ Otoya
อาหารมื้อเล็กๆ กับคนสองสามคน ก็ให้ความรู้สึกดีเหมือนเดิม
ต้อมยังพูดน้อย(เมื่อเทียบกับพี่) แต่ก็ดูจะพูดเยอะขึ้น พี่แขกยังเหมือนเดิม ยกเว้นป่วนเราน้อยลง ^0^
เสร็จจากอาหารมื้อเล็กๆ ก็พากันไปดูฟุตบอลคู่ที่หลายคนคงตั้งตาชม โดยมีไอ่นายตามมาสมทบทีหลัง
พวกเราได้ที่ดูฟุตบอลกันที่ลานน้ำพุข้างสยามพารากอน ซึ่งมีผู้ร่วมชมปริมาณเยอะพอสมควร
เป็นครั้งแรกที่ได้เชียร์บอลท่ามกลางผู้คนมากมาย
เป็นครั้งแรกที่ได้ดูบอลโลกครั้งนี้อย่างจริงจังจนจบเกมส์
เป็นครั้งแรกที่เชียร์ทีมไหนแล้วทีมนั้นไม่แพ้
ได้ยินเสียง+ท่าทีดีอกดีใจของคนที่เชียร์เยอรมัน ก็สนุกดี แต่ลึกๆก็สงสารทีมอาร์เจนตินาไม่น้อยเลย
จบค่ำคืนนี้ด้วยสายฝนที่หล่นลงมาอย่างหนัก ไม่รู้ว่าเป็นน้ำตาฟ้าที่หลั่งให้กับทีมอาร์เจนตินารึเปล่า

วันอาทิตย์ได้ตื่นสาย สบายๆ
ช่วงกลางวันต้องไปทำธุระที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน
ชวนน้องชายคนสุดท้องไปหม่ำข้าวกลางวัน และแถมด้วยการดูหนังหนึ่งเรื่องที่เรากำลังอยากดู
หนังเรื่องที่ว่าคือ “เราสองสามคน” ความรู้สึกโดยรวมคือชอบ
ฉากแรกที่จี๊ดใจ ก็คงเป็นฉากที่ถั่วเขียวหาซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ผิงแฟนสาวที่กินเจ ขณะที่อยู่ท่ามกลางทะเลทราย
ถ้าเราได้รับของจากใคร ที่เค้าหามาให้ด้วยความพยายามและจริงใจ ก็คงดีใจไม่น้อย
ในส่วนอื่นของหนังเรื่องนี้ที่ชอบ ก็คงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเวียดนาม
ความเป็นธรรมชาติของนักแสดง (รวมถึงความใสกิ๊กของเจ ^.^)
และคำพูดที่เล่นคำเกี่ยวกับความรู้สึกของนักแสดง ที่บอกว่า “ถ้าเรารู้ว่าเขารู้….”(จำไม่ได้ทั้งหมดน่ะ)
สำหรับตัวเองถ้าจะให้พูดเล่นคำตามความรู้สึกเหมือนในหนัง ก็คงจะพูดว่า

“เรารู้ว่าเขาไม่รู้ แล้วเราอยากให้เขารู้รึเปล่า แต่ไม่รู้มันก็ดีอยู่แล้วนี่นา”

….

3 ความเห็น »

  1. pattararanee said

    โหยยย
    อ่านมาตั้งนาน
    มาโดนก็ บรรทัดสุดท้ายนี่แหล่ะ
    ยืมไปใช้หน่อยนะเจ๊
    อยากจะกรี้ดดดดดดดด

  2. mamahugme said

    เรารู้ว่าเขารู้ แต่เราก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ เขารู้ว่าเราแกล้งไม่รู้ แต่เราไม่รู้ว่าเขารู้
    งงมั้ยคะ ?
    555

  3. nooddd said

    ถ้าเรารู้ว่าเขาไม่รู้ แล้วทำไมไม่ลองบอกให้เขารู้ จะได้รู้ว่าเขาจะรู้สึกยังไง (แบบนี้ได้มั้ยคะ)

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: