สุขสัปดาห์ (อีกแล้ว)

จะต้องเหงากันอีกนานไหม ต้องนั่งถอนใจอีกกี่ครั้ง
จะต้องพบเจอกับรักที่ผิดหวัง กี่ครั้งถึงพอใจ
เปิดเพลงรักฟังอยู่คนเดียว มีรักข้างเดียวมันเปลี่ยวหัวใจ
มองไปรอบตัวก็ยังไม่เห็นใคร ทำไมต้องเป็นเรา

* คอยปลอบตัวเองต้องมีสักวัน ที่เจอคนที่เขาจริงใจ
ยังคอยบอกตัวเอง ว่าต้องมีสักวัน แต่ว่ามันก็ไม่รู้เมื่อไหร่

** โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันหนาวเกินไป
อยากจะรู้รักแท้มันเป็นเช่นไร มีจริงใช่ไหม
โปรดส่งใครมาเป็นคู่กัน ที่ไม่ทำให้ฉันเดียวดาย
ช่วยมาทำให้ฉันเข้าใจ และได้รักใครกับเขาสักครั้ง

มันอ้างว้างจนทนไม่ไหว พยายามห้ามใจ ไม่ได้สักวัน
อยากจะรู้จริงตอนคนเขารักกันมันเป็นเช่นไร
(ซ้ำ * , **)

โว้ว โฮ โฮ กับเขาสักครั้ง

ช่วยมาทำให้ฉันเข้าใจ และได้รักใครกับเขาสักครั้ง

สองสามวันมานี้ ฟังเพลงนี้วันละหลายๆครั้ง
คงเป็นจากกระแสของหนัง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”
ที่นำเพลง “โปรดส่งใครมารักฉันที” มาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์
ส่วนตัวชอบทั้งออริจินอลและเพลินจิตเวอร์ชั่น
ฟังทีไรก็จี๊ดๆหัวใจทุกทีสิน่า

เมื่อวันเสาร์ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ควงแขนกับน้องสาวคนสนิทไปดูหนังเรื่องนี้ ตามประสาสาวโสด
ระหว่างที่นั่งดูอยู่ก็ไม่ได้เหงาเท่าไหร่
อาจเพราะในเรื่องมีมุกตลกให้หัวเราะบ่อยๆ
แม้จะมีบ้างที่ทำให้ซาบซึ้งจนน้ำตาซึมๆ
และรู้สึกอิ่มใจ+สุขใจที่ได้ดู
แต่ก็ยังไม่ฮึดเท่ากับเหมยลี่นางเอกในเรื่องที่กล้าลุกขึ้นมาทำอะไรๆ
ในยามที่กำลังเฝ้ามองรถไฟขบวนท้ายๆกำลังจะออกจากสถานีไป

ตอนนี้กำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘รถไฟ’ ของเรา
อยู่ที่จุดไหนบนรางรถไฟยาวๆสายนี้

หลังจากอิ่มอกอิ่มใจไปกับหนังรถไฟฟ้าฯ
ก็ถึงครานั่งรถไฟฟ้าไปต่อรถไฟใต้ดิน
โดยมีจุดหมายปลายทางที่งาน Book Expo ครั้งที่ 14
ครั้งนี้วางแผนมาแล้วว่าจะซื้อหนังสืออะไรบ้างและอยู่ที่บูธไหน
ไม่ต้องเดินแออัดฝ่าฝูงชนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ได้หนังสือตามต้องการ
ได้เจอคนที่อยากเจอหลายๆคน
ทั้งนักเขียนคนโปรด+คนพิเศษของเค้าทั้งหลาย
ทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ฟลาเนอร์และไม่ฟลาเนอร์
อ้อ ได้ทำความรู้จักกับน้องชายคนหนึ่งที่ชื่อ ‘มิลค์’ แต่บางคนถนัดที่จะเรียกว่า ‘มิว’ มากกว่า
อยู่ที่งานหนังสือตั้งแต่นักเขียนคนโปรดมาถึงเมื่อบ่ายสี่โมงกว่าๆ
จนกระทั่งสองทุ่มเกือบครึ่งที่นักเขียนเป็นอิสระจากการแจกลายเซ็น
งานนี้คงเมื่อยนิ้วน่าดู เห็นว่าเซ็นจนนิ้วเกือบพองเลยนิ
แต่คงเป็นความเมื่อยที่มาพร้อมกับความสุข

รายชื่อหนังสือที่ได้จากงานครั้งนี้
– อาจารย์ในร้านคุกกี้
– ปอกกล้วยในมหาสมุทร
– ระยะทางอันห่างใกล้
– ผม , มูราคามิ
– นักคิดของนักคิด
– ดาวหางเหนือทางรถไฟ
– ความสุข ณ จุดที่ยืน
– ความรู้สึกดีฯ 31
– ตามรักล่าหัวใจ
– มังกรเซน
– รุ้งในลมหนาว
– ภูแสนดาว
– เหมือนฟ้ามีพระอาทิตย์สองดวง
– ขอเพลงให้ตัวเองหน่อย
– การ์ตูนวรรณกรรมของ สนพ. Book wave 6 เล่ม
– รวมเรื่องสั้นวันโลกยิ้ม (เอี้ยงให้มา)
– H2L สูตรรักเคมีหัวใจ (พี่ตุ๊กตาให้มาเช่นกัน)

แยกย้ายสลายโต๋กับนักเขียน
ท้องไส้ก็เรียกร้องอาหารมาเติมลงในกระเพาะอาหารของแต่ละคน
รวบรวมพลพรรคได้ 8 คน
พี่จิว พี่แขก จุ๋ม เอี้ยง เมกิ ปอนด์ โอ๊ท น้องมิลค์
เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินไปจนสิ้นสุดที่สถานีบางซื่อ
จากนั้นนั่งรถของเมกิต่อไปยังร้าน “สราญรมย์” ที่แยกบางโพธิ์
ร้านนี้เป็นร้านใหม่ที่พวกเราไม่เคยมา ยกเว้นเมกิ
ตามปกติถ้านัดรวมพล มักไม่พ้นปาร์ตี้ @ ปาเต๊ะ
บรรยากาศโดยรวมของร้านโอเค อาหารรสชาติดี นักร้องร้องเพลงโอเค (อย่างน้อยก็ร้องเพลง Ost. รถไฟฟ้าฯ ใช้ได้ ^.^)
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ครื้นเครงตามสไตล์เราเรา
ทั้งเม้าท์+เอาคืน (รึเปล่านะ)+ขำขำท่าตีปีกของพี่แขก (เห็นครั้งเดียวก็เกินพอ)
งานนี้น้องมิลค์ดูจะถูกซักถามเยอะหน่อยจากบรรดาพี่ๆ
ก็รู้สึกดีที่น้องหันมาสนใจการอ่านหนังสืออื่นๆนอกเหนือจากหนังสือเรียน เพราะนักเขียนคนโปรดของพวกเรา
อาหารมื้อนี้มีเซอร์ไพรส์จากคนที่ตามมาทีหลังคือ ‘นาย’
ที่ครั้งนี้ทำเวลาได้ดีจนหลายคนแทบไม่เชื่อ(ไม่เกินครึ่งชั่วโมง)
ดีใจที่เรา(พี่สาว+น้องชายร่วมราศีเดียวกัน)คุยกันได้เหมือนเดิมๆ

เหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจให้เราได้หม่ำอาหารกันแบบชิลชิล
ไม่มีฝนตกมากระทบกายสักหยด
แต่หลังจากแยกย้ายกันไป ระหว่างเดินทางกลับหอน้อง
ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว
ไม่รู้ว่าฝนที่ตกทางนี้ หนาวถึงคนทางโน้นบ้างรึเปล่า
แต่เราก็หลับสนิทดีท่ามกลางเสียงฝนพรำ

Advertisements

7 ความเห็น »

  1. pattararanee said

    คล้ายๆ จะสุขเหมือนกัน

    ว่าแต่ ไม่บอกล่ะ ว่าเล่มแรกน่ะ เหมาไปเท่าไหร่ 55+

  2. มีเล่มที่เหมือนกันสามเล่มอ่ะ

    น่าเสียดายเนอะที่เมติดเรียน
    อดเจอกันเลย

  3. สุธน said

    อ่านมังกรเซนของวินทร์ใช่รึเปล่า ลองอ่านอัฏฐสุตราในมติชนสุดฯด้วยดิ เราชอบมากเลย

  4. สุขเหมือนชื่อร้านเลย ^^

  5. แล้วทำไมเราจะคุยกันไม่ได้เหมือนเดิมล่ะ

    ปล.อยากได้ ผม , มูราคามิ

  6. mangomoment said

    ตอนที่ดู รถไฟฟ้าฯ นี่อ้อเฉย ๆ มากเลยนะ ไม่มีพีคอะไรทั้งสิ้น
    แต่พอจบ เดินออกจากโรง โหย.. ทำไมมันโหวง ๆ ยังงี้น๊า

    แอบเสียดาย ไม่ได้ไปด้วย

  7. khaek said

    ซื้อเยอะจังแม่บุญทุ่ม
    อ่านจบแล้วก็มาบริจาคทางนี้ได้เน้อ

    ปล.รถไฟฟ้าไม่เหงา เพราะเคนไม่ใช่มิว อิอิ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: