ทิวทัศน์ข้างทาง

ถึงแม้ชีวิตจะแสนสั้น แต่เราก็ไม่ควรใช้มันอย่างเร่งรีบ
ยิ่งรู้ว่าสั้น ก็ยิ่งน่าจะใช้มันอย่างพิถีพิถันและมีคุณค่า
คุณค่าทั้งต่อตัวเอง และผู้อื่น

ผมยิ่งมั่นใจกับความคิดในสามบรรทัดบน
เมื่อได้อ่านสุนทรพจน์ในวันรับปริญญาของแอนนา ควินด์เล็น (นักเขียนนิยายและคอลัมนิสต์ชาวอเมริกัน)
ในหนังสือ ‘วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน 2’ ผ่านฝีมือการแปลของคุณสฤนี อาชวนันทกุล

ในช่วงเริ่มต้นเธออ้างถึงประโยคชวนคิดของจอห์น เลนนอน
‘ชีวิตคือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่คุณง่วนอยู่กับการวางแผนทำอย่างอื่น’
ระหว่างที่เรากำลังเร่งรีบไปสู่จุดหมาย
อยากได้บ้านหลังใหญ่ๆ อยากเลื่อนขั้น อยากมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ อยากพิชิตรางวัลอันทรงเกียรติ
ในระหว่างนั้น ‘ชีวิต’ กำลังดำเนินไปโดยที่บางทีเราไม่รู้ตัว

แอนนา ควินด์เล็น ถามพวกเราว่า
‘คุณคิดเหรอว่าคุณจะแคร์กับของพวกนี้ ถ้าบ่ายวันหนึ่งคุณเกิดเส้นเลือดแตกขึ้นมา หรือคลำเจอก้อนแข็งๆในเต้านมของคุณ’
เธอแนะนำต่อว่า
‘ไปเสาะหาชีวิตที่คุณได้สูดดมกลิ่นเกลือของน้ำทะเลที่โชยมากับสายลมเหนือเขตซีไซด์ ไฮส์
ชีวิตที่คุณหยุดเฝ้าดูเหยี่ยวหางแดงบินวนรอบร่องน้ำ หรือดูวิธีที่เด็กทารกนิ่วหน้าด้วยสมาธิเวลาที่เธอพยายามหยิบแผ่นข้าวโพดด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้
เสาะหาชีวิตที่คุณจะไม่อยู่คนเดียว…จงรับโทรศัพท์ ส่งอีเมล เขียนจดหมาย หอมแก้มคุณแม่ กอดคุณพ่อ เสาะหาชีวิตที่คุณเป็นคนมีน้ำใจ
เมื่อมีโอกาส เอาเงินที่คุณจะใช้ซื้อเบียร์ไปบริจาคให้กับการกุศล ทำงานในโรงทาน ทำตัวเป็นพี่ชายหรือพี่สาวให้กับคนแปลกหน้า
เป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกินที่จะมองข้ามสีสันของดอกอะเซเลีย เงาวาวของพื้นหินปูนบนถนนห้า (Fifth Avenue) สีนัยน์ตาลูกของเรา
เป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกินที่จะ “มีชีวิตอยู่” แทนที่จะ “ใช้ชีวิต” ‘

‘ใช้ชีวิต’ อย่างไรจึงจะเป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย
สำหรับแอนนา มันไม่ใช่ชีวิตที่แค่ประกอบอาชีพและทำงานไปวันๆ
แต่ยังต้องมีอีกหนึ่งชีวิต คือชีวิตแห่งความรัก เสียงหัวเราะ และสายสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นๆ
ไม่เคยมีใครเคยกล่าวก่อนตายว่า ฉันเสียดายที่ไม่ได้ใช้เวลาในออฟฟิศให้นานกว่านี้

ผมนั่งอ่านสุนทรพจน์ของแอนนา ควินด์เล็น แล้วยกให้เธอเป็นอาจารย์อีกท่านหนึ่งของผม
แต่เธอเองบอกว่าครูที่ดีที่สุดของเธอคือคนไร้บ้านคนหนึ่งที่อาศัยนอนบนทางเดินไม้กระดานใกล้ทะเลบนเกาะโคนีย์
เขามักจะนอนหันหน้าไปหาทะเลเสมอ แม้ในเวลาที่อากาศหนาวจนเขาต้องเอาหนังสือพิมพ์มาห่มคลุมร่างกายภายหลังจากที่อ่านมันจบแล้ว
แอนนาถามเขาว่า ทำไมจึงไม่ไปสถานสงเคราะห์
เขาไม่ได้ตอบคำถามเธอ เพียงแค่เพ็งมองออกไปยังท้องทะเลแล้วพูดว่า… ‘ดูทิวทัศน์นี่สิสาวน้อย มองดูทิวทัศน์’
นี่คือคำแนะนำจากคนไร้บ้านที่ไม่มีแม้เศษสตางค์ในกระเป๋า

ผมรู้สึกดีเหลือเกินที่ได้มีเวลาให้ตาได้ดูทิวทัศน์ ให้หูได้ฟังเสียงคลื่น ให้จมูกได้สูดลมสะอาดๆเข้าไป ให้ลิ้นได้ชิมอาหารนานารสชาติ ให้ผิวหนังได้ตากแดดอุ่นๆ รวมถึงให้ใจได้สัมผัสผู้คนดีๆที่มีน้ำใจอีกมากมายระหว่างทาง

เส้นทางชีวิตก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหม
ถึงจะกำหนดจุดหมายเอาไว้ แต่ระหว่างทางทุกวันก็มีเรื่องดีที่สวยงาม
เพราะชีวิตไม่ได้รอเราอยู่ ณ จุดหมายปลายทางที่เราตั้งเอาไว้ แต่ชีวิตดำเนินไปทุกวัน
เราไม่ได้มีชีวิตเพื่อไปถึงที่นั่น แต่เรากำลังมีชีวิตอยู่ที่นี่
ใช่! ชีวิตดำเนินไปตลอดเวลา ในขณะที่เรากำลังง่วนอยู่กับการทำอย่างอื่น
ไม่ใช่ทุกคนหรอกกระมังที่จะไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้
แม้จะเร่งรีบเพียงใดก็ตาม แต่ทุกคนชื่นชมความงามระหว่างทางได้
ไม่ต้องรอให้ถึงจุดหมาย ถ้ามองให้ดีชีวิตสวยตั้งแต่วันนี้แล้ว

เรื่องราวข้างบน เป็นส่วนหนึ่งของอาจารย์ท่านที่ 44 : แอนนา ควินเล็น
‘ทิวทัศน์ข้างทางมันสวยงามมากนะ’
ในคอลัมน์..ขุนพลอาจารย์บาน ของนิ้วกลม จากหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1501
เอ๋บอกถึงเรื่องราวระหว่างไปโบกรถ 1 เดือนเต็ม ตั้งแต่เบตงจนถึงแม่สาย จากใต้สุดประเทศไทย ไปจนถึงเหนือสุดแดนสยาม
และเหตุการณ์ความเร่งรีบในเมืองกรุงบนท้องถนนที่เจอมา

สำหรับเรา…บางครั้งชีวิตก็เร่งรีบเหลือเกิน ขณะที่บางคราวก็เนิบนาบน่าเบื่อ
แอบอิจฉาเอ๋เล็กๆที่ได้ไปโบกรถไปใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง ได้เห็นทิวทัศน์ข้างทางที่สวยงาม
ตอนนี้อยากจะไป ‘เปิดตา’ กับ ‘เปิดใจ’ ที่ไหนสักแห่ง กับคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยกันดี
เราจะไปมองทิวทัศน์ข้างทางที่สวยงามกัน…ใช่มั้ยจ๊ะ ^^

13 ความเห็น »

  1. บางครั้งเราก็ตั้งจุดหมายปลายทาง
    ก็เพื่อให้มีระหว่างทางนี่เอง ว่ามั้ย ^^

  2. มอเอ. said

    (:

  3. แขก said

    ถามหน่อยดิ
    ป้าสองคนในช่วงเวลาเร่งรีบอ่ะ
    หมายถึงป้าหมอเด็กกะป้าหมอดูใช่ปะ 55+

    อยากไปโบกรถอีกมั่ง
    แต่พ่อกะแม่เคยขอไว้ว่า
    อย่าไปโบกอีกเลย อยากไปไหนจะพาไป 555+
    โหย…ไม่เข้าใจเด็กแนวเลย 5555+

  4. jummdcu said

    ^
    ^
    ^

    เป็นการลงจากรถที่กุลีกุจออย่างที่บอกไว้จริงๆ
    เสียงแตรรถที่ดังวันนั้น ยังติดอยู่ในรูหูเลยอ่ะ
    ไม่เชื่อลองถามป้าหมอดูดูก็ได้

  5. ^
    ^
    ^
    ^
    ^
    ^
    เค้าเรียก “พี่”
    ไม่ใช่ “ป้า”
    นะ “ลุง” นะ

    ปล. “พี่สาว” ด้วย เหอะๆๆๆ

  6. siriluck said

    เห็นด้วยนะคะ😀

  7. แขก said

    ว่าแล้ว ต้องเป็นป้าๆ
    ถ้าเป็นเด็กๆเขาต้องรวดเร็วฉับไว 55555

    ล้อเล่น 55+

  8. 🙂

  9. บรรยากาศ ณ ตรงนั้น คงเซ็งจิตน่าดู

    แต่อ่านเมนท์ของพี่แขกแล้วขำอ่ะ 555555555
    ชอบๆๆ

  10. มอเอ. said

    เสาร์นี้จะชวนไปไหนเอ่ย

    เมว่าจะไปดูเด็กแนวทีงานT-shirt ซะหน่อย

  11. รับทราบค่ะ

    แต่อยากรู้ดีเทลกว่านี้นิดหน่อย

  12. star said

    สวัสดีครับพี่จุ๋ม
    ผมว่าผมต้องเปิดอะไรหลายๆอย่างแล้วครับ
    เปิดตา+เปิดใจ+เปิดความคิด
    สิ้นเดือนนี้จะไปเชียงใหม่ครับ
    ครั้งแรกในรอบ 9 ปี

  13. ตามมาเล่าให้ฟังหน่อยจิ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: