อย่าอายที่จะแสดงความรัก

“สำหรับผมแล้ว ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ
แต่บางครั้งจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่
อาจมาจากจุดเล็กๆที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง

เคยมีคนบอกว่า ทุกวันนี้โลกเราเจริญก้าวหน้าไปมาก
เราเดินทางไปถึงดวงจันทร์ที่อยู่ไกลจากเราไปหลายล้านกิโลเมตร
แต่เรากลับไม่คิดจะเดินไปรู้จักคนข้างบ้านที่ห่างกันแค่รั้วกั้น
ทุกวันนี้เราสามารถแชทกับใครก็ได้ที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก
แต่เรากลับลืมที่จะพูดคุยกับคนที่อยู่ข้างๆ
เรากล้าแสดงความรักกับคนที่เราเพิ่งรู้จัก
แต่เรากลับอายที่จะแสดงความรักกับคนในครอบครัวตนเอง

แปลกดีนะครับ ตอนเด็กๆเราสามารถกอดคนที่เรารักได้อย่างไม่เขินอาย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย
แต่เรากลับลืมเรื่องง่ายๆที่เราเคยทำให้กับคนที่เรารัก

ยังไม่สายหรอกครับ ที่เราจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ลองหันไปมองคนข้างๆสิครับ แล้วรีบกอดเค้าเสียตั้งแต่ตอนนี้
แล้วคุณจะรู้ว่า แค่อ้อมกอดเล็กๆ อาจจะสร้างสิ่งพิเศษให้กับคุณ
อย่างที่คุณคาดไม่ถึง”

คำพูดข้างบน เป็นคำพูดเกริ่นนำเข้าเพลงของนักร้องหนุ่มคนหนึ่ง
ฟังแล้วนึกถึงเรื่องราวของตัวเองและอดสะท้อนใจไม่ได้
ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ค่อยแสดงความรักกับคนใกล้ตัว
ไม่ใช่ว่าไม่รัก อยากจะบอกว่ารักมากๆต่างหากล่ะ
หากแต่ความขัดเขินที่มีทำให้เราเสียโอกาสนี้ไป
จนถึงวันนี้โอกาสนั้นได้หมดลงไปแล้ว-สำหรับบางคน

หลายครั้งที่ได้ฟังหรืออ่านเจอเรื่องราวที่เกี่ยวกับการทำสิ่งดีๆก่อนที่โอกาสสุดท้ายจะมาถึง มักจะรู้สึกเศร้าใจเสมอ
และตั้งปณิธานกับตัวเองว่า จะไม่ยอมพลาดการแสดงออกถึงความรักที่มีต่อคนใกล้ตัวที่เหลืออยู่
เราอาจไม่ได้กอดกันตามคำพูดข้างบน (ก็มันยังเขินอยู่นิ)
แต่เราจะเป็นกำลังใจให้กัน ดูแลกันและกัน…ตลอดไป

จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ค่อยได้มอบ “อ้อมกอด” ให้กับใครสักเท่าไหร่
ถ้าไม่นับหลานชายตัวอ้วนกลม (คนนี้กอดบ่อย เท่าที่มีโอกาสได้เจอกัน)
ครั้งสุดท้ายที่ได้กอดกับใครบางคนก็คงเป็นช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา
ซึ่งใครคนนั้นก็คือ…สุภาพสตรีที่น่ารักโคตรๆคนหนึ่งน่ะ ^.^

ความเห็น (7)

เดือนของหลานรัก(นอกไส้)

เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา
ขอยกให้เป็นเดือนของเพื่อนพ้อง-น้อง-พี่
เพราะเป็นเดือนที่มีคนที่เรารู้จักและสนิทสนมด้วยเกิดในเดือนนี้มากที่สุด
แถมมีคนเกิดวันเดียวกันหลายคู่เลย

6 กค. พี่จิว
16 กค. น้องมด
19 กค. โอ๊ท+น้องเอื้อง
21 กค. พี่หนึ่ง+น้องอุ้ม
24 กค. โย๊ะ
27 กค. เอี้ยง+จู

ส่วนเดือนนี้-สิงหาคม
ขอยกให้เป็นเดือนของหลานรัก(นอกไส้)
หลานรักที่เป็นลูกของบรรดาเพื่อนสนิทของเรา
ที่พากันเกิดในเดือนนี้ แม้จะต่างปีก็ตาม
ครั้งนึงเคยพูดกับเพื่อนสาวคนสนิทอีกสองคนที่ยังไม่มีลูกว่า
สงสัยคงรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อมารวมพลเป็นคนเกิดเดือนสิงหา เหมือนหลานรักคนอื่นๆ ^.^
หลานๆที่เกิดเดือนนี้ก็มี..

1 สค. น้องเปรม ลูกชายแม่ปุ๋ม+พ่อหนุง
5 สค. น้องน้ำอูน ลูกชายแม่สา+พ่อติ๊ก
12 สค. น้องใบเตย ลูกสาวแม่บุ้ง+พ่อบอย
17 สค. น้องข้าวหอม ลูกสาวแม่หนึ่ง+พ่อหนุ่ย

ก็ขออวยพรให้หลานรักทุกๆคน
มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์+สุขภาพใจที่ดี
เป็นคนดีของครอบครัวและสังคม นะจ๊ะ

ความเห็น (4)

ทุกสิ่งมีความหมายขึ้นมา เมื่อเรามีความรัก

สวัสดีเจ้าชายน้อย
.
.

ผมเขียนจดหมายมาถึงคุณในวันนี้
เพราะอยากขอบคุณที่คุณช่วยทำให้จิตใจของผมชุ่มชื่นขึ้นอีกครั้ง
ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกันกลางทะเลทราย
ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวของใครหลายคนบนดาวหลายดวงให้ฟัง
เมื่อฟังเรื่องของพวกเขา จึงได้ย้อนมองดูตัวเราเอง

ครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้ง
คุณทำให้ผมกลับไปมองดอกไม้ ก้อนเมฆ และดวงดาวอีกครั้ง
หลังจากที่ลืมหันไปมองมันเสียนาน
คุณยังคงเล่าถึงชายคนนั้นให้ผมฟังเสมอ

ฉันรู้จักดวงดาวซึ่งมีชายตัวแดงก่ำคนหนึ่งอาศัยอยู่
ชายคนนี้ไม่เคยชื่นชมดอกไม้เลยสักดอก
ไม่เคยแหงนหน้ามองดาวเลยสักดวง
และก็ไม่เคยรักใครด้วย”

เมื่ออ่าน ‘เจ้าชายน้อย’ จบ ผมคิดว่าผมรู้จักความรัก

ความรักไม่น่าจะเป็นเรื่องของความโลภ
การครอบครองดวงดาวหมดจักรวาล แต่ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ ย่อมไม่ใช่ความรัก
หากแต่การที่มีดาวดวงเล็กๆ พอดีตัวไว้อยู่อาศัย
และดูแลภูเขาไฟ เก็บถอนต้นไทรให้ดี
รวมถึงการมีดอกกุหลาบที่เราให้เวลาและความรักกับเธออย่างแท้จริงสักดอก
แบบนั้นต่างหากที่น่าจะเรียกว่าความรัก

ความรักมิใช่สักแต่จะครอบครอง เป็นเจ้าของ ทว่า ไม่ดูแล
“พอทำธุระส่วนตัวในตอนเช้าเสร็จ เราก็ต้องดูแลเป็นธุระให้ดวงดาวด้วย”
ถ้ารักดอกกุหลาบต้องดูแลดอกกุหลาบ รักดวงดาวที่เราอยู่อาศัยก็ต้องดูแลมันให้ดี

คุณทำให้ผมรู้จักแง่งามของความรัก
ความรักทำให้ชีวิตมีความหมาย
เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้า เรารู้ว่ากำลังมองอะไรอยู่
ท้องฟ้าของคนที่มีความรักย่อมไม่เวิ้งว้าง ทว่า มีจุดหมาย
เช่นกัน ทะเลทรายที่มีความรักย่อมไม่แห้งแล้ง
จำได้ไหมคุณเคยบอกกับผมว่า

“หากใครสักคนหลงรักดอกไม้ดอกหนึ่งซึ่งเกิดมาโดดๆ เพียงดอกเดียวในท่ามกลางหมู่ดาวเป็นล้านๆดวง
แค่ได้มองดาวเหล่านั้น เขาก็รู้สึกเป็นสุขใจแล้ว”

เจ้าชายน้อยครับ ระหว่างเส้นทางยาวนานที่คุณผ่านมา ก่อนที่เราจะมานั่งคุยกัน
คุณได้พบเจอกับผู้คนและสิ่งต่างๆมากมาย
แต่มีเพียงไม่กี่คน ไม่กี่สิ่งที่คุณ ‘ผูกสัมพันธ์’ ด้วย ชีวิตคนเราก็แบบนั้น
ในหนึ่งชีวิต-เราเดินผ่านผู้คนไม่รู้กี่ล้านคน แต่เราผูกสัมพันธ์กับคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้น
และมีน้อยกว่านั้นที่สัมพันธ์ที่ผูกไว้ไม่คลายปมลงตามกาลเวลา

ใช่แล้วครับเจ้าชายน้อย ผมกำลังชวนคุณคุยถึงสุนัขจิ้งจอก
สุนัขจิ้งจอกที่ไม่ได้ถูกฝึกให้เชื่อง ผมเชื่อว่าคุณต้องจำความหมายของคำว่า ‘ฝึกให้เชื่อง’ ได้แน่ๆ
ก็ที่สุนัขจิ้งจอกบอกกับคุณยังไงล่ะ

“สำหรับฉันแล้ว ตัวเธอในขณะนี้ก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เหมือนกับเด็กผู้ชายอื่นๆอีกเป็นแสนคน
ฉันไม่เห็นจะต้องการเธอเลย และเธอเองก็ไม่ได้ต้องการฉันเช่นกัน
เพราะฉันเป็นเพียงสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งที่เหมือนๆกับสุนัขจิ้งจอกเป็นแสนๆตัวอื่น
แต่ถ้าหากเธอฝึกฉันให้เชื่อง หรือคุ้นเคยด้วยแล้ว
คราวนี้เราต่างก็จะต้องการกันและกัน
เธอจะกลายเป็นหนึ่งเดียวในโลกสำหรับฉัน และฉันก็จะเป็นหนึ่งเดียวในโลกสำหรับเธอ”

“ฉันจะได้รู้จักเสียงฝีเท้าหนึ่ง ซึ่งฟังแตกต่างจากฝีเท้าของใครอื่นทั้งหมด…
ดูโน่นสิ เห็นไหม ทุ่งข้าวสาลีทางโน้นน่ะ
ฉันไม่กินขนมปัง สำหรับฉันแล้ว ข้าวสาลีจึงไม่มีความหมายอะไรเลย…
แต่เธอมีผมสีทองนี่นา หากเธอได้มาผูกสัมพันธ์สนิทสนมกับฉัน
ต้นข้าวสาลีสีทองจะทำให้ฉันคิดถึงเธอ”

ความรัก ความสัมพันธ์ ทำให้โลกใบนี้มีความหมาย
ทุกสิ่งมีความหมายขึ้นมาเมื่อเรามีความรัก

เนื้อหาบางส่วนที่อ่านมาจากหนังสือมติชนสุดสัปดาห์หน้า 51 ฉบับที่ 1513
ในหัวข้อ ‘ถึง เจ้าชายน้อย’ ที่เขียนโดยเอ๋-นิ้วกลม
เป็นหนึ่งในจดหมายหลายฉบับที่เอ๋เขียนขึ้นมา แล้วเราชอบมันมาก (ทุก paragraph เลยล่ะ)
อาจเพราะชอบ ‘เจ้าชายน้อย’ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบพ็อกเก็ทบุคส์และฉบับการ์ตูน
คงเหมือนกับใครหลายๆคน เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในห้วงเวลาที่ต่างกัน
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันมีอะไรใหม่ๆขึ้นมาเสมอ ตามประสบการณ์และวัยวันที่เพิ่มขึ้นของเรา
ไม่ว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เพียงใด แต่ความเป็นเด็กก็ยังมีอยู่ในตัว(+หัวใจ)เราเสมอ
‘ผู้ใหญ่ที่มีหัวใจเด็ก(ในบางครั้ง)’

ถ้าถามว่ารู้จักความรักมากน้อยเพียงใด ก็คงบอกได้ว่า “ในระดับหนึ่ง”
เห็นด้วยว่า…ความรัก ความสัมพันธ์ ทำให้โลกใบนี้มีความหมาย

ความรักของเราในที่นี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น
ยังมีความรักที่เรามอบให้กับ…อื่นๆอีกมากมาย

ปล…ขอบคุณหลายๆคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเอง “มีความหมาย” ^.^

ความเห็น (5)

แม่จ๋า

แม่เอยแม่จ๋า เลี้ยงลูกเติบโตขึ้นมาเหนื่อยมั้ย
ตั้งแต่ยังเล็กแม่ทิ้งหลายอย่างเพื่อลูกมากมาย
ให้ลูกได้มีวันนี้…

สู้ทำทุกสิ่ง ให้ลูกได้มีเส้นทางที่ดี
ลูกเรียนหนังสือ แม่ต้องลำบากส่งเสียกี่ปี
แต่แม่ไม่มีท้อใจ…

แม่ทิ้งความฝันเพื่อให้ฝันของลูกเป็นจริง
แม่ทิ้งเวลาทิ้งทุกสิ่งเพื่อลูกเท่าไหร่
จากนี้จะขอใช้ความรักและความฝัน
เพื่อตอบแทนด้วยใจ ดูแลแม่ไปตลอดกาล

แม่เอยแม่จ๋า ขอเอ่ยคำว่ารักแม่สักครั้ง
ขอบคุณที่แม่ดูแลเรื่อยมา
จากนี้จะทำความฝันให้แม่ภูมิใจ

แม่ทิ้งความฝันเพื่อให้ฝันของลูกเป็นจริง
แม่ทิ้งเวลาทิ้งทุกสิ่งเพื่อลูกเท่าไหร่
จากนี้จะขอใช้ความรักและความฝัน
เพื่อตอบแทนด้วยใจ ดูแลแม่ไปตลอดกาล

แม่เอยแม่จ๋า ขอเอ่ยคำว่ารักแม่สักครั้ง
ขอบคุณที่แม่ดูแลเรื่อยมา
จากนี้จะทำความฝันให้แม่ภูมิใจ

พรุ่งนี้ 12 สิงหาคม วันที่เราต่างรู้กันดีว่าเป็น “วันแม่แห่งชาติ”
วันที่หลายคนคงคิดถึงแม่ รวมถึงตัวเราด้วย
แม้วันพรุ่งนี้ จะไม่มีแม่ให้กราบไหว้+บอกรัก+กอดเหมือนเช่นคนอื่นๆแล้วก็ตาม
แต่เรายังคงระลึกถึง “แม่” เสมอและแน่นอนว่าตลอดไป
หวังว่าแม่ที่อยู่บนโน้น…จะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของลูกสาวคนนี้

วันแม่ปีก่อน…นึกถึงเพลง-แม่ ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต
วันแม่ปีนี้…ขอมอบเพลง “แม่เอยแม่จ๋า” ให้กับแม่นะจ๊ะ
แม้ว่าจะรู้สึกสะท้อนใจว่า 25 ปีที่แม่อยู่กับเรา
ลูกไม่มีโอกาสได้ดูแลแม่เต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น ด้วยภาระหน้าที่การเล่าเรียน
ลูกแทบไม่ค่อยได้บอกรัก+กอดแม่เลย ในวันที่แม่ยังอยู่
แม่ยังไม่ได้ชื่นชมกับความสำเร็จของลูกสาวคนนี้
บอกได้คำเดียวว่า…เสียใจเหลือเกิน

ถ้าวันนี้ใครยังมีแม่อยู่ อยากบอกว่า
ขอให้ดูแลท่าน ให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่ท่านเคยดูแลพวกเรามา
ขอให้ได้บอกรัก+แสดงความรักที่มีต่อกัน ในวันที่เราและแม่ยังมีชีวิตอยู่
จะได้ไม่รู้สึกเสียใจ เหมือนกับที่ตัวเราเองรู้สึกอยู่เสมอในวันที่ไม่มีเค้าแล้ว

เพลง “แม่เอยแม่จ๋า”
ขับร้องโดย สิงโต เดอะสตาร์ 5
คำร้อง/ทำนองโดย นราธิป ปานแร่
เรียบเรียงโดย มงคลพัฒน์ ทองเรือง

แวะไปฟังได้ตามลิ้งข้างล่างนะ
http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0903637701

ความเห็น (4)

เวลากับชีวิต

9j0YY5125995-01[1]

ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าจะเหลือเวลาของตนอีกนานเท่าไหร่
1 วัน 1 เดือน 1 ปี หรือ 1 ชั่วโมง
ฟังดูแล้วน่ากลัว แต่นี่คือความจริง
เวลากับชีวิตนั้นสัมพันธ์กันมาก เพราะเวลาที่ผ่านไปแต่ละวินาที
ย่อมกัดกร่อนชีวิตให้เหลือน้อยลงทุกขณะ
เมื่อย้อนกลับไปมองอดีต
คุณคิดว่าตัวเองใช้ชีวิตได้คุ้มค่ากับเวลาที่ผ่านมาแล้วหรือไม่
มีอะไรบ้างที่คุณอยากทำแล้วไม่ได้ทำ
และสิ่งเหล่านั้นมีคุณค่าเพียงพอกับเวลาที่สูญเสียไปหรือเปล่า
คุณให้เวลา ให้ความสำคัญกับคนที่คุณรักเพียงพอแล้วหรือยัง
คุณปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์
และใช้ชีวิตอย่างสมดุลแล้วหรือไม่
ถ้าคำตอบคือ ไม่ คุณคิดว่าคุณเหลือเวลาที่จะแก้ตัวอีกนานแค่ไหน
อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา และเวลานั้นก็ใช้ชีวิตต่ออีกทีหนึ่ง
มีคำพูดที่ว่า จงใช้ชีวิต แต่อย่าให้ชีวิตใช้เรา

Don’t wait for what you want to come to you.
Go after it with all that you are, knowing that life will meet you halfway.
อย่ามัวแต่คอยให้โชคชะตานำอะไรมาให้
ต้องลุกขึ้นสู้ และพยายามไปให้ถึงเส้นชัยด้วยตัวคุณเอง
รวมทั้งอย่ารอคอยให้ใครมารัก ถ้าคุณไม่เริ่มต้นที่จะรักก่อน
Don’t feel like you’ve lost, when plans and dreams fall short of your hopes.
Anytime you learn something new about yourself or about life,
You have progressed.
และหากพบอุปสรรคขวากหนาม อย่าเพิ่งท้อถอย
จงเรียนรู้จากมัน เรียนรู้ว่าคนเราผิดพลาดกันได้
เรียนรู้ถึงการพลัดพราก เรียนรู้ถึงความไม่เที่ยงแท้แน่นอน
การเรียนรู้นั้นถือเป็นก้าวหนึ่งของความสำเร็จข้างหน้า
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่พรุ่งนี้ จะได้ไม่เสียใจกับอดีตที่ผ่านมา
ดังคำพูดที่ว่า
“อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปอย่างไร้ค่า
จงคิดว่าทุกๆวันที่ผ่านพ้นไป คือส่วนหนึ่งของชีวิตเรา”

เรื่องราวข้างบน อ่านมาจากหนังสือ “Rhythms of life, Melody of love”
เขียนโดย…กบในกะลา
เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตและความรัก
เป็นหนังสือเล่มที่เพื่อนสนิทของเราชอบมาก
เค้ามักจะหยิบขึ้นมาอ่านเสมอๆ ในห้วงเวลาที่ชีวิตเป็นสีเทา
วันนี้มีโอกาสหยิบมาอ่านเพลินๆ แต่ก็ทำให้เราได้ย้อนคิดถึงอะไรหลายๆอย่าง
ทั้งเรื่องราวในอดีตที่ผ่านไปแล้ว รวมถึงเรื่องราวในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
และคิดถึงคนสองคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิต

ความเห็น (1)

บนปกสมุดสีม่วง

I keep on walking towards my goal.
When I’m lazy, I just sit down watching people passing by.
Sometimes I walk backwards because there is something I left behind.

ประโยคข้างบน
เป็นคำที่อยู่บนปกสมุดริมห่วงสีม่วงอ่อนของ full stop
ซึ่งมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดสาว 27
ชอบความหมาย
อ่านแล้วรู้สึกดีจัง

ความเห็น (6)

ชอบเพลงนี้

จริงๆนะ
^.^

ลองคลิ๊กไปฟังกันนะจ๊ะ
http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0903512501

ความเห็น (1)

วันที่ 27 เดือน 7

What matters one more hour or day
or one more month or year
As long as friends are kind and true
and friendships are sincere
For life is never measured
by the years through which you live,
But by the kindly deeds you do
and the friendly cheer you give…
And so in paying tribute
to your birthday and to you,
I add appreciation
for the gift of friendship, too.

If I were to define
the phrase “special friend”,
I’d think about you
about your caring, thoughtful ways,
the dreams you’ve nurtured,
and all the up and downs we’ve shared…
You’re everything a special friend could be,
and I don’t know how
I could have made it through the years
without you…
Happy birthday

จะเป็นปัญหาอะไรกับเวลาที่เพิ่มขึ้น
อีก 1 ชั่วโมง 1 วัน 1 เดือน หรือ 1 ปี
ตราบใดที่มีเพื่อนผู้หวังดีและเป็นมิตรแท้
และมิตรภาพ คือ ความจริงใจ
เพราะชีวิตมิได้วัดด้วยเวลาที่เธอมีชีวิตอยู่
หากวัดด้วยการกระทำอันเอื้ออาทรที่เธอทำ
และการให้กำลังใจฉันมิตรที่เธอมอบให้…
และในการมอบของขวัญวันเกิดแด่เธอ
ฉันได้เพิ่มความซาบซึ้งใจ
ลงไปในของขวัญแห่งมิตรภาพนี้ด้วย

หากต้องให้ความหมายของวลี “เพื่อนคนพิเศษ”
ฉันก็จะนึกถึงเธอ นึกถึงความห่วงใย ความเอาใจใส่
ความใฝ่ฝันที่เธอช่วยสนับสนุน
ความสุข ความทุกข์ทั้งหมดที่เราเคยมีร่วมกัน…
เธอเป็นทุกสิ่งเท่าที่เพื่อนคนพิเศษจะเป็นได้
และฉันคงไม่รู้ว่าจะผ่านช่วงเวลาทั้งหมดนี้มาได้อย่างไร
หากไม่มีเธอ
สุขสันต์วันเกิด

คำอวยพรวันเกิดข้างบน
นำมาจากการ์ดอวยพรวันเกิดที่สะสมไว้เป็นเวลาเกือบสิบปี
ขอมอบคำอวยพรทั้งหมดให้กับเพื่อน 2 คน
ซึ่งเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน แต่ต่างปี
27 กรกฎาคม 2552
เพื่อน 2 คนกำลังมีอายุเพิ่มขึ้นคนละ 1 ปี
คนหนึ่งเพื่อนเก่า อีกคนเพื่อนใหม่
คนหนึ่งเพื่อนชาย อีกคนเพื่อนหญิง
รูปร่าง หน้าตา บุคลิก รวมถึงนิสัย อาจไม่คล้ายกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่เหมือนกันคือ…
เป็นเพื่อนที่ดีของเราทั้งคู่
เพื่อนที่ไม่ว่าเราจะทุกข์หรือสุข
เค้าจะเป็นผู้รับฟัง และคอยให้กำลังใจ เสมอมา

ขออวยพรให้เพื่อนของเราทั้งคู่
มีความสุขกับวันที่อาวุโสขึ้น รวมถึงวันต่อๆไป
แข็งแรงทั้งกายและใจ
ได้ทำความฝันให้กลายเป็นจริง
(คนหนึ่งได้ทำร้านอาหาร+ร้านกาแฟ อีกคนได้มีชื่อของตัวเองบนปกหนังสือ)
มีคนที่เพื่อนรักและคนที่รักเพื่อน
และเป็นเพื่อนที่ดีของเราไปนานๆ(ตลอดไปได้ยิ่งดี)เน้อ

- จุ๋ม -

ความเห็น (3)

ตัวหนังสือสร้างมิตรภาพ

IMG-3579[1]

“สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน
คือตัวหนังสือสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้
ผมเห็นแต่ “หัว” และ “หาง” ของตัวหนังสือ
แต่มันก็มีมือล่องหน โยงใยให้คนเกาะเกี่ยวกัน
ผูกสัมพันธ์ขึ้นมา
ช่างน่ารัก”

“พี่ๆ น้องๆ หลายคนเกาะกลุ่มกลมเกลียวจากการอ่านหนังสือของคนเขียนคนเดียวกัน
กระทั่งทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีคนเขียนเป็นหัวข้อสนทนา
พี่น้องก็หลั่นล้าขึ้นเหนือล่องใต้ไปไหนมาไหนกันได้อย่างสบายใจ”

“ผมว่าโลกที่มีตัวหนังสือลอยไปมาใบนี้มันน่ารัก
และแวดล้อมไปด้วยผู้คนดีๆ มากมาย
ทั้งคนเขียน คนอ่าน ที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจ สิ่งดีๆ และมิตรภาพให้กันเสมอ”

“คิดเหมือนผมไหมครับว่า
โชคดีจังที่โลกนี้มีตัวหนังสือ
ทำให้เราได้สื่อสารกับคนที่อยู่ไกลโพ้นได้
จนรู้สึกราวกับอยู่ใกล้กัน”

หลายวันก่อนนักเขียนคนโปรดเขียนไว้ใน ‘บ้านพักฝากอากาศ’ หลังล่าสุด
ในหัวข้อ “สิ่งที่ดีที่สุดในการเขียนหนังสือ”
เชื่อว่าถ้าใครติดตามผลงานของเค้ามาตลอดเมื่อได้อ่านหัวข้อนี้
คงจะรู้สึกดี และปลื้มใจไปกับเค้าด้วย

เอ๋..บอกว่า การเขียนหนังสือ นำมาซึ่งหลายสิ่งหลายอย่าง
ทั้งความเบิกบานใจ ความสุข ความรื่นรมย์ ตื่นเต้น ดีใจ ความภูมิใจ
ได้ออกกำลังสมอง ได้ไปโบกรถเที่ยวเมืองไทยกับผู้อ่าน
ได้สนทนากับบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจ ได้รู้จักกับคนในวงการหนังสือ
ได้รู้จักผู้คนที่ไม่เคยคิดว่าจะรู้จัก ฯลฯ

ในส่วนของผู้อ่านเอง
ก็ต้องบอกว่า มีหลายสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น ได้ความรู้ ได้ความบันเทิง ได้ผ่อนคลาย
ได้กระตุ้นต่อมความคิด-ความฝัน-จินตนาการ

สิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดที่ได้จากการอ่านหนังสือของนักเขียนคนโปรด ก็คือ “มิตรภาพ”
จากคนแปลกหน้าหลายๆคนที่ชื่นชอบตัวหนังสือของคนเขียนคนเดียวกัน
เราได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก๊วน กลายเป็น “คนรู้จัก”
สำหรับบางคนขอยกให้เป็น “คนรู้ใจ” ละกันนะ
พวกเรามีกิจกรรมร่วมกันหลายๆอย่าง
ทั้งการท่องเที่ยว-ทริปเกาะเกร็ด, ทริปตักบาตรดอกไม้ (ยังรอทริปหน้าอยู่เน้อ)
ปาร์ตี้-ปาร์ตี้@ปาเต๊ะ, ปาร์ตี้@ข้าวสาร (esp. ร้าน True@ข้าวสาร)
ดูหนัง+ฟังเพลง, หม่ำข้าวเคล้าการหยอกเย้า+เอาคืน
เดินเที่ยวเล่นเย็นใจ+ถ่ายรูป ชิลชิล
รวมพลไปงานสัปดาห์หนังสือ เพื่อเซย์ไฮ+ขอลายเซ็นนักเขียนคนโปรด
บางครั้งก็ได้เทคแคร์ป๊า+แม่ ที่มาให้กำลังใจลูกชาย
รวมถึงได้ผูกสัมพันธ์กับหญิงสาวที่น่ารักผู้ซึ่งเป็นคนพิเศษของนักเขียน
ระยะหลังมานี้ก็ได้เดินสายไปฟังนักเขียนพูดคุยในหลายๆที่

สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือมิตรภาพที่ค่อยๆก่อตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความรู้สึกที่ดี
เราต่างดูแลความรู้สึกของกันและกัน
ใครทุกข์ท้อ ก็จะมีแรงใจจากเพื่อนๆคอยส่งให้
บางครั้งมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เราก็รับรู้กันได้ด้วยใจ ^^

นอกจากนี้การอ่านหนังสือของนักเขียนคนโปรด
ทำให้เราได้ท่องไปในโลกไซเบอร์มากขึ้น จากเดิมที่ไม่ค่อยได้ก้าวมาสู่โลกใบนี้เท่าไหร่
ได้เขียนบล็อก เพื่อเป็นพื้นที่ทักทายกับเพื่อนๆน้องๆ
ได้ท่องไปในบ้านล่องหนของเพื่อนๆ รวมถึงเพื่อนของเพื่อนอีกหลายๆหลัง
มีโอกาสทักทายกับคนแปลกหน้าผ่านทางบ้านล่องหนของแต่ละคน
และได้รับคำทักทายกลับมา จนบางครั้งรู้สึกคุ้นเคยกันดี ทั้งที่ไม่ได้พบหน้ากันมาก่อน

งานนี้คงต้องขอบคุณสายตาของตัวเองที่ไปปะทะกับหนังสือจำนวนมากมายในร้านหนังสือ
แล้วสมองก็สั่งการให้หยิบหนังสือบางเล่มติดไม้ติดมือกลับมาด้วย
จากนั้นสายตา-สมอง-หัวใจ ก็ร่วมมือกันในการอ่านหนังสือเหล่านั้น
และลงเอยมาเป็นเรื่องราวในเอ็นทรี่นี้

ปล…ขอมอบเรื่องราวในเอ็นทรี่นี้ให้กับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ตั้งแต่ได้อ่านตัวหนังสือของคนโปรด :D

 

ความเห็น (5)

สมบูรณ์แบบ

“ถ้าคุณรักคนคนนั้น เพราะเขาสมบูรณ์แบบ
พอเขามีข้อบกพร่องหรือไม่ดีพร้อมอย่างที่คุณวาดภาพไว้
ความรักก็จืดจางโดยง่าย

แต่ถ้าเพราะคุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีข้อเสียในสายตาคนอื่นมากมาย
หากสำหรับคุณ เขาจะยังสมบูรณ์แบบเสมอ
ยากที่จะเลิกรัก ยากที่จะตัดใจ และความรักไม่จืดจางไปง่ายๆ

ช่วงนี้พักสมองด้วยการอ่านนิยายเล่มโตๆ
นิยายที่คาดว่าอีกไม่นานจะโลดแล่นอยู่บนจอทีวี
ซึ่งนำแสดงโดยดาราโปรดของเราทั้งคู่ ^^

หนังสือเล่มนี้ชื่อ…สูตรเสน่หา เขียนโดยคุณกิ่งฉัตร
อ่านแล้วหนุกหนานมากมายกับพฤติกรรมของนางเอก
ที่สวย เลิศ เชิด หยิ่ง เห็นแก่ตัว คิดเข้าข้างตัวเองตลอด
และหลงรักคนที่รูปลักษณ์และวัตถุที่ห่อหุ้ม(เปลือกนอก)
ในขณะที่มองข้ามคนที่ดีกับตัวไป เพียงเพราะไม่ใช่สเปคที่ตั้งเอาไว้

คำพูดข้างบนนั้น…
เป็นคำพูดของพระเอกที่พูดกับนางเอก
และเป็นคำโปรยปกหลังของหนังสือเล่มนี้
อ่านแล้วชอบชอบ และเทใจให้กับ “ครูกุ๊ก” พระเอกของเรื่องไปเล้ย ^^

บางคนเมื่ออ่านแล้วอาจฉุกใจคิดถึงความรักของตัวเอง และตั้งคำถามกับตัวเองก็ได้ว่า..

‘คุณรักเขาเพราะเขาสมบูรณ์แบบ
หรือเพราะคุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ’

ความเห็น (6)

« เรื่องที่ใหม่กว่า · เรื่องที่เก่ากว่า