Archive for รู้สึก

สุดที่รัก-รักที่สุด

‘สุดที่รัก’ มาถามฉันว่า… “รักแค่ไหน”
ฉันตอบ… “รักที่สุด”
‘พ่อแม่’ มาถามฉันว่า… “รักแค่ไหน”
ฉันตอบ… “รักที่สุด”
‘พี่น้อง’ มาถามฉันว่า… “รักแค่ไหน”
ฉันตอบ… “รักที่สุด”
‘เพื่อนสนิท’ มาถามฉันว่า… “รักแค่ไหน”
ฉันตอบ… “รักที่สุด”
สัตวเลี้ยงฉันออกลูก ฉันก็พูดกับมันว่า… “รักที่สุด”
ต้นไม้ฉันออกดอก ฉันก็บอกมันว่า… “รักที่สุด”
‘สุดที่รัก’ กลับมาถามในวันหนึ่ง… “ตกลงเธอรักฉันที่สุดหรือเปล่า?”
ฉันตอบ… “รักที่สุด”
‘สุดที่รัก’ ถาม… “แล้วพ่อแม่ พี่น้อง กับคนอื่นๆล่ะ ไม่ได้รักที่สุดเหรอ?”
ฉันตอบ… “รักที่สุดเหมือนกัน”
สุดที่รักโมโห… “ฉันเป็นสุดที่รักของเธอ เธอต้องรักฉันที่สุดคนเดียว”
ฉันคิด.. นิดหนึ่ง… “แต่ฉัน…รักที่สุดทุกคน”
สุดที่รักงอน… “คนหลายใจ…ไปตายซะ”
ฉันผิดตรงไหน ที่ฉันรักคนสำคัญในชีวิตฉันทุกคน?
ฉันสับสน…
ฉันจึงไปกระโดดน้ำตาย…ตามคำสุดท้ายของสุดที่รัก
ฉันขึ้นไปบนสะพานที่สูงที่สุด กระโดดลงไปในแม่น้ำตรงจุดที่ลึกที่สุด
ฉันไม่ตาย…เพราะฉันว่ายน้ำเป็น…และฉันก็รักตัวเองที่สุด…
ฉันว่ายน้ำไปข้างหน้าเรื่อยๆ จากแม่น้ำออกทะเล
จากทะเลออกมหาสมุทร ว่ายจนกว่าจะสุดทาง
ผ่านเกาะ ผ่านประเทศต่างๆ…มากมาย
แล้วฉันก็วนกลับมาที่เดิม สะพานเดิมที่ฉันกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย
ฉันค้นพบแล้วว่า…
โลกกลม มีเกาะ มีประเทศ ตั้งอยู่บนตำแหน่งต่างๆบนโลก ไม่ทับซ้อนกัน
ทุกเกาะ ทุกประเทศ มีความสำคัญ มีหนึ่งเดียว และอยู่ทุกมุมสุดของโลก
เหมือนความรักของฉัน…เป็นทรงกลม
มีคนสำคัญ…ตั้งอยู่บนตำแหน่งต่างๆของความรัก
แต่ละคนมีหนึ่งเดียว ไม่ทับซ้อนกัน
ทุกคนคือ ‘สุดที่รัก’ และฉันก็ ‘รักที่สุด’

เรื่องราวข้างบน มาจากหนังสือ “นิทานบัวไร” เขียนโดยคุณบัวไร
อ่านแล้วชอบ
ถ้ามีคนมาถามเราว่า…ในช่วงชีวิตหนึ่ง จะมีคนที่เรารักที่สุดกี่คน?
ตอนนี้มีคำตอบสำหรับคำถามนั้นอยู่ในใจเรียบร้อยแล้วล่ะ ^.^

ความเห็น (5)

วันดี

09-09-09

เชื่อว่าหลายคนคงถือว่าวันนี้เป็นวันที่ดี
วันที่คงมีงานมงคลหลายๆงานเกิดขึ้น
วันที่ผู้คนบางคนให้ความสำคัญมากกว่าแค่หนึ่งวันธรรมดา
คงมีหลากหลายเหตุผลที่คนยกให้วันนี้
090909 หรือ 9 กันยายน 2009 เป็น “วันดี”

สำหรับตัวเราเอง
จะว่าตั้งตารอวันนี้มั้ย ก็รออยู่เหมือนกันนะ
อยากรู้ว่าจะมีอะไรดีดีในวันนี้บ้าง
วันนี้ผ่านมาเป็นเวลา 12 ชั่วโมงกว่าๆแล้ว ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่ดีทีเดียว
วันที่ได้ตื่นเช้ากว่าปกติ
วันที่ราวน์วอร์ดเสร็จแต่เช้า ไม่มีเด็กคนไหนมีอาการหนักให้น่าเป็นห่วง
วันที่ออกตรวจโอพีดีแล้วคนไข้ไม่มาก ตรวจเสร็จก่อนเที่ยงวันซะอีก หลังจากที่ผ่านๆมากว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายทุกที
วันที่ระหว่างนั่งตรวจอยู่ มีเสียง message ดังถี่กว่าทุกวัน และข้อความเหล่านั้นมีแต่คำดีดี อ่านแล้วอมยิ้ม
วันที่เด็กๆที่รอตรวจอยู่ แม้บางคนร้องไห้โยเยไปหน่อย แต่เราก็ยังอารมณ์ดี
วันนี้จะมีพัสดุที่เราตั้งตารอคอยส่งมาให้ มาสร้างความลั้ลลัลลาให้เกิดกับจิตใจของเรา ^.^
และวันนี้เป็นวันที่เราตั้งใจจะส่งสารดีดี ไปให้บางคน

ขอให้วันนี้และวันต่อๆไปเป็น “วันดี” ของทุกคนนะจ๊ะ :D

ความเห็น (6)

สุขสัปดาห์..จริงๆนะ ^.^

ช่วงต้นสัปดาห์ของอาทิตย์ก่อน
รู้สึกว่าตัวเอง “จิตตก” นิดหน่อย
จากพฤติกรรมของคน(น้อง)บางคนที่เราคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น
รวมถึงรู้สึก “ปลง” กับวงจรของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน” ที่เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
อาจเป็นเพราะวงจรชีวิตของบางคนถูกตัดไปอย่างเฉียบพลัน
เฉียบพลันขนาดที่คนให้การดูแลรักษาอย่างเรายังทำใจไม่ได้
แล้วคนใกล้ตัวพวกเค้าทั้งหลายล่ะ จะรู้สึกอย่างไร

เรื่องราวเหล่านี้พอเดินทางเข้ามาหาเราในเวลาเดียว(ใกล้)กัน
มันมักจะทำให้เราอ่อนล้ากายและใจ มากกว่าเวลาปกติ
บางทีก็ทำให้เจ็บป่วยง่ายๆ
ก็ไม่ได้เป็นไรมากหรอก แค่รำคาญตัวเองจากภาวะ GERD-กรดไหลย้อน
และต้องหันมากินยาต่อเนื่อง ปกติก็ไม่ค่อยมีวินัยกับเรื่องนี้เท่าไหร่

แต่คนเราใช่ว่าจะมีแต่เรื่องราวแย่ๆเข้ามาในชีวิต
โชคดีที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่เวร
ได้กลับไปอยู่บ้านจริงๆ โดยที่บ้านไม่ใช่แค่ทางผ่าน  เหมือนหลายๆสัปดาห์ก่อน
ได้กลับไปใช้ชีวิตกับน้องชาย+หลานชาย
ได้แกะเมล็ดข้าวโพดต้มให้หลานชายหม่ำ
ได้ทำของขวัญ(ทำมือ)ที่วางแผนในใจมาเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน
เสร็จสมบูรณ์และสวยงามมากในความรู้สึกของเรา
ได้อ่านนิตยสารหลายเล่ม
ได้อ่านนิยายเกือบจบเล่มแรกในแปดเล่มของซีรี่ส์ธิโมส์ของดวงตะวัน-อีกหนึ่งนักเขียนโปรด
ได้ไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ

เวลาสองวัน…เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา
ถือเป็น “วันสุขสัปดาห์” ของเราจริงๆ
^.^

ปล..
รู้สึกดีกับการยินดีของเพื่อนๆน้องๆ(เรื่องความสุขของเรา)ผ่านทางทวิตเตอร์ด้วยล่ะ ;)

ความเห็น (5)

อย่าอายที่จะแสดงความรัก

“สำหรับผมแล้ว ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ
แต่บางครั้งจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่
อาจมาจากจุดเล็กๆที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง

เคยมีคนบอกว่า ทุกวันนี้โลกเราเจริญก้าวหน้าไปมาก
เราเดินทางไปถึงดวงจันทร์ที่อยู่ไกลจากเราไปหลายล้านกิโลเมตร
แต่เรากลับไม่คิดจะเดินไปรู้จักคนข้างบ้านที่ห่างกันแค่รั้วกั้น
ทุกวันนี้เราสามารถแชทกับใครก็ได้ที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก
แต่เรากลับลืมที่จะพูดคุยกับคนที่อยู่ข้างๆ
เรากล้าแสดงความรักกับคนที่เราเพิ่งรู้จัก
แต่เรากลับอายที่จะแสดงความรักกับคนในครอบครัวตนเอง

แปลกดีนะครับ ตอนเด็กๆเราสามารถกอดคนที่เรารักได้อย่างไม่เขินอาย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย
แต่เรากลับลืมเรื่องง่ายๆที่เราเคยทำให้กับคนที่เรารัก

ยังไม่สายหรอกครับ ที่เราจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ลองหันไปมองคนข้างๆสิครับ แล้วรีบกอดเค้าเสียตั้งแต่ตอนนี้
แล้วคุณจะรู้ว่า แค่อ้อมกอดเล็กๆ อาจจะสร้างสิ่งพิเศษให้กับคุณ
อย่างที่คุณคาดไม่ถึง”

คำพูดข้างบน เป็นคำพูดเกริ่นนำเข้าเพลงของนักร้องหนุ่มคนหนึ่ง
ฟังแล้วนึกถึงเรื่องราวของตัวเองและอดสะท้อนใจไม่ได้
ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ค่อยแสดงความรักกับคนใกล้ตัว
ไม่ใช่ว่าไม่รัก อยากจะบอกว่ารักมากๆต่างหากล่ะ
หากแต่ความขัดเขินที่มีทำให้เราเสียโอกาสนี้ไป
จนถึงวันนี้โอกาสนั้นได้หมดลงไปแล้ว-สำหรับบางคน

หลายครั้งที่ได้ฟังหรืออ่านเจอเรื่องราวที่เกี่ยวกับการทำสิ่งดีๆก่อนที่โอกาสสุดท้ายจะมาถึง มักจะรู้สึกเศร้าใจเสมอ
และตั้งปณิธานกับตัวเองว่า จะไม่ยอมพลาดการแสดงออกถึงความรักที่มีต่อคนใกล้ตัวที่เหลืออยู่
เราอาจไม่ได้กอดกันตามคำพูดข้างบน (ก็มันยังเขินอยู่นิ)
แต่เราจะเป็นกำลังใจให้กัน ดูแลกันและกัน…ตลอดไป

จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ค่อยได้มอบ “อ้อมกอด” ให้กับใครสักเท่าไหร่
ถ้าไม่นับหลานชายตัวอ้วนกลม (คนนี้กอดบ่อย เท่าที่มีโอกาสได้เจอกัน)
ครั้งสุดท้ายที่ได้กอดกับใครบางคนก็คงเป็นช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา
ซึ่งใครคนนั้นก็คือ…สุภาพสตรีที่น่ารักโคตรๆคนหนึ่งน่ะ ^.^

ความเห็น (7)

บนปกสมุดสีม่วง

I keep on walking towards my goal.
When I’m lazy, I just sit down watching people passing by.
Sometimes I walk backwards because there is something I left behind.

ประโยคข้างบน
เป็นคำที่อยู่บนปกสมุดริมห่วงสีม่วงอ่อนของ full stop
ซึ่งมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดสาว 27
ชอบความหมาย
อ่านแล้วรู้สึกดีจัง

ความเห็น (6)

สมบูรณ์แบบ

“ถ้าคุณรักคนคนนั้น เพราะเขาสมบูรณ์แบบ
พอเขามีข้อบกพร่องหรือไม่ดีพร้อมอย่างที่คุณวาดภาพไว้
ความรักก็จืดจางโดยง่าย

แต่ถ้าเพราะคุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีข้อเสียในสายตาคนอื่นมากมาย
หากสำหรับคุณ เขาจะยังสมบูรณ์แบบเสมอ
ยากที่จะเลิกรัก ยากที่จะตัดใจ และความรักไม่จืดจางไปง่ายๆ

ช่วงนี้พักสมองด้วยการอ่านนิยายเล่มโตๆ
นิยายที่คาดว่าอีกไม่นานจะโลดแล่นอยู่บนจอทีวี
ซึ่งนำแสดงโดยดาราโปรดของเราทั้งคู่ ^^

หนังสือเล่มนี้ชื่อ…สูตรเสน่หา เขียนโดยคุณกิ่งฉัตร
อ่านแล้วหนุกหนานมากมายกับพฤติกรรมของนางเอก
ที่สวย เลิศ เชิด หยิ่ง เห็นแก่ตัว คิดเข้าข้างตัวเองตลอด
และหลงรักคนที่รูปลักษณ์และวัตถุที่ห่อหุ้ม(เปลือกนอก)
ในขณะที่มองข้ามคนที่ดีกับตัวไป เพียงเพราะไม่ใช่สเปคที่ตั้งเอาไว้

คำพูดข้างบนนั้น…
เป็นคำพูดของพระเอกที่พูดกับนางเอก
และเป็นคำโปรยปกหลังของหนังสือเล่มนี้
อ่านแล้วชอบชอบ และเทใจให้กับ “ครูกุ๊ก” พระเอกของเรื่องไปเล้ย ^^

บางคนเมื่ออ่านแล้วอาจฉุกใจคิดถึงความรักของตัวเอง และตั้งคำถามกับตัวเองก็ได้ว่า..

‘คุณรักเขาเพราะเขาสมบูรณ์แบบ
หรือเพราะคุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ’

ความเห็น (6)

รายมากมัก

I love you
หว่ออ้ายหนี่
Ich lieber dich
Je t’aime
Tiamo
Te quiero
ซารังแฮโย
คิมิโอ ไอชิเตรุ
จิตพาเด
บองสรันโอน
Amo-te
Jag alskar dig
Ya vas liubliu

มองไม่เห็นด้วยตา ถ้าจะรับรู้ต้องด้วยใจ
ถามว่ารักเธอเท่าไหร่ จะนับยังไงดี
ต่อให้เก็บดวงดาวมาหมดฟ้า เอาน้ำมาหมดโลกนี้
คูณเม็ดทรายที่มี มันก็ยังดูน้อยไป
ไม่รู้จะต้องทำ..สักเท่าไร..ทำให้เธอ..รู้
คำที่สวยที่หรู..มันเทียบกับใจ..ไม่ได้

บอกได้แค่รัก..มากมาย รักเธอ..มากมาย
ไม่มีหน่วยวัดได้ หรอกความรักนี้
ที่อยู่ในใจ มันมากมาย ล้นอกซ้าย..ที่ฉันมี
ถึงเมื่อไหร่ไม่รู้..รู้แต่จะรัก ทุกนาที..ที่ยังหายใจ

มองให้ลึกเข้าไป ข้างในตาคู่นี้ทุกวัน
เธอจะเห็นรักร้อยเรียงกัน แค่ไหนนับดูสิ
ถ้าหากฉันคิดถึงเธอ 1 ครั้ง แล้วกดโทรไป 1 ที
เธอคงรับไม่ไหวเพราะคงมีเป็น 10,000 miss called

I love you, หว่ออ้ายหนี่, Ich lieber dich, Je t’aime
ก็จะให้พูดยังไง ให้เท่าหัวใจที่มี
Tiamo, Te quiero, ซารังแฮโย
จะบอกว่ารักกี่ภาษา ก็ฟังไม่เยอะสักที
คิมิโอ ไอชิเตรุ, จิตพาเด, บองสรันโอน
ไม่ว่าจะพูดยังไง ก็ไม่เท่าหัวใจที่มี
Amo-te, Jag alskar dig, Ya vas liubliu
จะบอกว่ารักกี่ภาษา ไม่ได้ครึ่ง ที่อัดแน่นในนี้ hoo..

รายมากมัก-รักมากมาย
ใครกันหนอ ที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนี้
ใครกันหนอ ที่จะรู้สึกกับเราแบบนี้
บางทีเราอาจรู้อยู่ในใจแล้วก็เป็นได้ ^^

“มากมาย”
ขับร้องโดยบี้ เดอะสตาร์
แต่งคำร้องโดยกสิ นิพัฒน์ศิริผล
แต่งทำนองโดยกสิ นิพัฒน์ศิริผล, ชยุตม์ แสงวรโชติ
ฟังเพลงนี้กี่ทีกี่ทีก็ยิ้มยิ้ม
ยิ้มกับเนื้อหาของเพลง ลูกเล่นในเพลง รวมถึงน้ำเสียงคนร้องด้วย ;)
อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะได้ฟังเพลงนี้แบบชิลชิล
(คงจะดีถ้าไม่มีสถานการณ์บางอย่างที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้)

เมื่อวานดูรายการ ‘เจาะใจ’
มีโครงการ forward love-ส่งความรัก
เจอะคำพูดโดนๆจาก แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

“ความรักเหมือนอากาศ มองไม่เห็น แต่จำเป็นที่สุด”

โหย !! โดนอ่ะ
มีใครโดนเหมือนกันมั้ยหนอ ^^

ความเห็น (7)

ความสุข

“เวลาที่เราใช้สอยร่วมกันกับคนที่เรารักนั้นเป็นเวลาที่มีค่า
แม้มันจะไม่ใช่เวลาที่เราทำเพื่อ ‘ตัวฉัน’
แม้มันจะไม่ใช่ช่วงเวลาที่ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ
แต่มันก็เป็นเวลาที่ทำให้เราได้เข้าใจคำว่า ‘รัก’ มากขึ้น
ความรักไม่เคยเกิดขึ้นในเวลาที่เรานึกถึงแต่ตัวเอง
และแปลกดี-เรามักจะมีความสุขเมื่อได้คิดถึงคนอื่น
และถ้าเขาสัมผัสความรู้สึกนั้นได้ เขาก็จะมีความสุขเช่นกัน
หากความสุขในความหมายนี้ หมายถึงการได้ใช้เวลากับคนที่เราอยากอยู่ข้างๆ
…พอจะมีเวลาให้มันบ้างมั้ย”
ลอนดอนไดอารี่ 1.1 (นิ้วกลม)

“ความสุขของ.. น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ป๊ากับม๊าน่ารักใส่กัน
ช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวใช้เวลาด้วยกัน
(ชอบเวลาที่ไปเที่ยวด้วยกันน่ะค่ะ)
มีความสุขจริงๆเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ
พอทุกคนมีความสุข รวมทั้ง..ด้วย
มันก็เลยเป็นความสุขมากมากเลยค่ะ”
น้องสาวตัวเล็ก-เสียงห้าว-มีลักยิ้มใต้ตา

“ความสุขของเรา คือ ความรู้สึกดีดีที่เกิดขึ้น
เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ปรารถนา
แม้ว่าบางครั้งสิ่งที่ทำมันจับต้องไม่ได้ แค่มัน ‘จับใจ’ ของเราก็พอ
ที่สำคัญ ความสุขนั้นสามารถทำให้เรายิ้มได้
ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า หรือว่าประทับอยู่ในใจ”
คนธรรมดาที่ใจดี

เรื่องราวของ “ความสุข” ที่ได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากการอ่านหนังสือ “ลอนดอนไดอารี่ 1.1″
รวมถึงคำถามจาก ‘น้องต้อม’ ที่ถามมาในโปสการ์ดที่เราส่งถึงกัน
ใช้เวลาไม่นานก็ได้คำตอบกลับคืนไปในกระดาษแผ่นน้อย
ส่วนเรื่องราวความสุขของน้องสาวอีกคน
อยู่ในกระดาษแผ่นน้อยที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองผู้ดี

เวลาที่เรามีความสุข เราอยากให้คนรอบข้างมีความสุขไปกับเราด้วย
นักเขียนคนโปรดเขียนไว้ในหนังสือว่า ความสุขเป็นโรคติดต่อ อันนี้เห็นด้วย
มีบางช่วงตอนของชีวิต ที่เราเกิดอาการ “ติดสุข”
ต้องพยายามเรียกสติของตัวเองกลับคืนมาอยู่บ่อยๆ
ไม่รู้ว่ามีใครเคยเป็นเหมือนกันกับเรามั้ย

และถ้าหากมีคนถามถึง “ความสุข” ของคุณ
คำตอบที่พวกเขาจะได้รับมันคืออะไรหนอ ^^

ความเห็น (4)

เคยมั้ย ?

เคย
เป็น
มั้ย

แค่
ได้
คิดถึง

ก็
เป็น
สุขใจ

และ

เคย
เป็น
มั้ย

แค่
ได้
คิดถึง

ก็
จี๊ดหัวใจ
ทู้กที

ความเห็น (6)

จดหมายจากฉัน จดหมายจากเธอ

ยังจำครั้งแรกที่เราเขียนจดหมายกันได้มั้ยเอ่ย ?

สำหรับเรา คงเป็นช่วงวัยประถมศึกษาที่มีสอนการเขียนจดหมาย
ในตอนนั้นยังไม่รู้สึกอินกับการเขียนจดหมาย
เนื่องด้วยวัยและประสบการณ์ชีวิตอันน้อยนิดของเรา

ช่วงเวลาที่อินกับการเขียนจดหมาย และน่าจะมีส่วนทำให้มีนิสัยชอบเขียนจดหมาย โปสการ์ด รวมถึงอีเมล์
น่าจะเป็นช่วงเรียนมหาวิทยาลัย
ใครคนหนึ่งนอกจากติดต่อกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งคราวแล้ว
เรายังติดต่อกันผ่านทาง “การเดินทางโดยสารแสตมป์” เป็นระยะๆ
เป็นช่วงชีวิตที่เราเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองมากที่สุด
จดหมายหลายสิบฉบับที่ได้รับในช่วงเวลาหลายปี เรายังเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี(นะเธอ)
หยิบมาอ่านอีกที ดูเหมือนว่าอารมณ์ของตัวอักษรเป็นสีชมพูๆ
แต่สำหรับเรามันคงไม่ใช่สีนั้น
ส่วนอารมณ์สีชมพูๆของเราน่าจะเกิดขึ้นกับใครอีกคน
คนที่เราส่งตัวอักษรหวัดแกมบรรจงไปให้ ในวันที่เราต้องไกลห่างกัน
ถึงวันนี้อารมณ์สีชมพูนั้น ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกดีดีที่เพื่อนคนหนึ่งมีให้กับเพื่อนคนหนึ่ง…ตลอดไป

เขียนจดหมายตอบโต้กับคนอื่นๆมากมาย
เสียดายเหลือเกินที่มีจดหมายเพียงไม่กี่ฉบับที่ผ่านสายตาของ “คนที่บ้าน”
อาจเพราะขัดเขิน อาจเพราะไม่รู้จะขึ้นต้นจดหมายนั้นว่าอย่างไร
แล้วเราก็ตัดสินใจใช้ประโยคตามที่ได้ร่ำเรียนมาว่า “กราบเท้า…ที่เคารพ”
ยังจำความรู้สึกในวันที่เขียนจดหมายเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
ความรู้สึกของนิสิตที่อยู่ไกลบ้าน เคร่งเครียดกับการเรียน ท้อแท้และอ่อนล้า
ในวันที่เรารู้สึกอ่อนแอ เรามักจะคิดถึง “คนที่บ้าน” เสมอ

สำหรับจดหมายอิเลคโทรนิคส์ เพิ่งได้มาเขียน(พิมพ์)มากๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เป็นการโต้ตอบจดหมายกับพี่ชายที่เป็นคุณครูของเราด้วย
เราพูดคุยกันหลายเรื่อง เราให้กำลังใจกัน รับฟังปัญหาของกันและกัน
อ้อ บางทีเราก็ทำให้อีกฝ่ายคลายเหงาด้วยนิ ^^

ในส่วนของโปสการ์ดและการ์ดอวยพรตามวาระต่างๆ เราก็เขียนเป็นจำนวนไม่น้อยเลย
และคอนเสปในการเขียนมักจะมี “คำโปรย”
ที่มาจากตัวหนังสือที่เราชื่นชอบ อยู่บนกระดาษแผ่นน้อยเกือบทุกใบ
ก่อนที่จะบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ต้องการสื่อให้คนปลายทางรับรู้
แม้ไม่ได้ออกเดินทางไปที่ใด เราก็ส่งโปสการ์ดเหล่านั้นให้กับคนที่เรารู้สึกดีดีอยู่เสมอ
ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ เลือกแค่ “ตามใจฉัน” เท่านั้นเอง

จดหมายทุกฉบับ โปสการ์ดทุกใบ ได้ “ใส่ใจ” ของเราลงไปในนั้นด้วย
หวังว่าผู้รับจะรับรู้ได้…จริงมั้ยจ๊ะ :D
และแอบหวังเอาไว้เล็กๆว่า เจ้ากระดาษพวกนั้น รวมถึงตัวอักษรที่อยู่ในกล่องรับข้อความ จะถูกเก็บรักษาเอาไว้
เหมือนที่เราเก็บรักษาจดหมาย โปสการ์ด และอีเมล์ทุกฉบับเอาไว้เป็นอย่างดี
อยู่ใน “กล่องเก็บความทรงจำ” ของเราเอง

เอนทรี่นี้เกิดขึ้นเมื่ออ่านหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” มาถึงบทที่ 5 – เรากำลังคุยกับใครอยู่
ยิ่งอ่านผ่านไปหลายบท ก็เริ่มรู้สึกอินมากขึ้น
ถึงตอนนี้อ่านจบเรียบร้อยแล้ว
กำลังหานิยามให้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ยังนึกไม่ออกเลย
มีหลายคำพูด หลายประโยคในหนังสือที่ทำให้เรา “รู้สึก”
ที่แน่ๆเลย ตอนนี้เรารู้สึก “อยากเขียนจดหมาย” ด้วยลายมือหวัดแกมบรรจง
อีกสักครั้ง !!

ความเห็น (7)

เรื่องที่เก่ากว่า