Archive for ปลื้ม

หายใจ ใกล้ใกล้กัน

IMG-8143[1]

มันคงเป็นโชคชะตา ที่ฉันต้องเข้าใจ
ความรักเรานั้น มาไกลแค่นี้
ต้องปล่อยเธอไปตามเส้นทางของเธอที่ดี
แต่ยังมีสิ่งหนึ่ง อยากให้เธอรู้ก่อนที่จะไป

เธอจะเป็นความทรงจำอยู่ภายในลมหายใจ
จะจดจำเธอจนวันสุดท้าย ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดที่ยังหายใจ จะไม่ลืมเธอ

ได้อยู่ดูแลเธอมา หายใจใกล้ๆกัน
เท่านี้ใจฉันก็มีความหมาย หากวันใดเหนื่อยล้า
นึกถึงตอนฉันยิ้มให้ ไม่มีฉันจากนี้ ดูแลตัวเองให้ดีนะเธอ

เธอจะเป็นความทรงจำอยู่ภายในลมหายใจ
จะจดจำเธอจนวันสุดท้าย ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดที่ยังหายใจ จะไม่ลืมเธอ

นับจากนี้ใจฉันคงหยุดการมีเธอ นับจากนี้คงต้องเริ่มออกเดิน
เพื่อเจอรักใหม่ เราสองคงไกลห่าง แต่จะไม่มีทางลบภาพเธอ

เธอจะเป็นความทรงจำอยู่ภายในลมหายใจ
จะจดจำเธอจนวันสุดท้าย ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดที่ยังหายใจ จะไม่ลืมเธอ

ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดมีลมหายใจ ก็จะมีเธอ

เสียงเพลง “ความทรงจำในลมหายใจ” ดังขึ้นในช่วงท้ายๆของคอนเสิร์ต Love มากมาย
คอนเสิร์ตที่มีอะไรมากมายให้ได้เห็น ได้ยิน และรู้สึก

ได้เห็นภาพความเป็น “ครอบครัว” ของผู้เข้าชม (คล้ายๆกับคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้ว)
มีทั้งพ่อ-แม่-ลูกสาว-ลูกชาย-คุณย่า ซึ่ง 5 คนนี้นั่งใกล้ๆกับเรา ดูน่ารักมากๆ ทุกคนมีส่วนร่วมในคอนเสิร์ตเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะร้อง เต้น รวมถึงกรี๊ดด้วย ^^
อ้อ และจะพบเห็นผู้ชมหลากรุ่นหลายวัยมาก ตั้งแต่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไปจนถึงผู้ใหญ่อายุกว่า 60 ปี
ส่วนภาพแปลกตาที่ได้เห็นก็คือ การสวมหน้ากากอนามัย ในการเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้
โดยกระทรวงสาธารณสุขได้นำหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลสำหรับทำความสะอาดมือมาแจกจ่ายในงานนี้ด้วย
เป็นภาพที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็รู้สึกดีกับการตื่นตัวของผู้คน
และแอบหวังอยู่ลึกๆว่าจะไม่มีคนติดเชื้อจากการมาดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ (ก็ต้องติดตามข่าวกันต่อไป)

เชื่อว่าหลายคนคงกังวลใจกับเรื่องราวโรคระบาดที่เกิดขึ้น
เป็นคอนเสิร์ตที่เราได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าที่นั่งข้างๆกันมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อย่างน้อยก็มีคำถามว่า สบายดีหรือเปล่า เป็นไข้หวัดอยู่มั้ย
และได้พูดคุยถึงแรงจูงใจที่มาดูคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เหตุผลคือ ประทับใจ+ชื่นชมความสามารถของศิลปิน ทั้งการร้อง เต้น และการเอนเตอร์เทนผู้ชม

รายละเอียดของคอนเสิร์ตก็ “มากมาย” สมชื่อจริงๆ
ทั้งการร้อง-เต้น-เล่นละครเวที
รวมถึงแขกรับเชิญ…
ติ๊ก ชีโร่+เชษฐ์ smile buffaro มาดวลกลองกัน ในเพลง ‘จังหวะหัวใจ’
แกรนด์ เดอะสตาร์ 5 กับการเต้นอย่างหนุกหนาน ในเพลง ‘สะกดใจ’
สิงโต เดอะสตาร์ 5 กับการดวลเพลง ‘เพลงนี้’ กับบี้ และโชว์เดี่ยวเพลง ‘ตังเก’
แอฟ ทักษอร+ต้าร์ นาวิน กับละครเวที ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้มากกับฉากสวีทของแอฟกับบี้บนเวที รวมถึงเพลงเพราะๆอีกหลายเพลง esp. เพลงหยาดเพชร

นอกจากแขกรับเชิญที่เป็นนักร้อง นักแสดงแล้ว ยังมีแขกรับเชิญที่เป็นผู้ชมในฮอลล์ด้วย
เป็นช่วงหนึ่งของคอนเสิร์ตที่เรียกว่า ‘เซียงซิมเสี่ยงรัก’
ผู้ที่ลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ที่หน้างานจะถูกจับฉลากเบอร์โทรขึ้นมา และต่อสายตรงจากบี้ไปหาผู้โชคดีคนนั้น
และสมมติให้คนคนนี้เป็นเนื้อคู่ของบี้
ผู้หญิงที่โชคดีในรอบที่เราดูคือ..น้องน้ำ ได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีเดียวกับบี้
ซึ่งร้องเพลง ‘อยากถูกเรียกว่าแฟน’ มอบให้ ได้รับดอกไม้หลากสีสันหลายๆดอก
และที่สำคัญได้รับ hug จากบี้ไปเต็มๆ จนสาวๆในฮอลล์ต่างพากันอิจฉา

นอกจากนี้ยังมีมุกขำๆกวนๆจากบี้ ให้ได้กรี๊ดเป็นระยะๆ
ไม่ว่าจะเป็นมุกนิยามความรักในวัยต่างๆ
มุกเพลงจีบสาวแต่ละอาชีพ
มุกคนหล่อ
มุกแพนด้า-สิงโต
ฯลฯ

อ้อ คอนเสิร์ตนี้ มีการเปลี่ยนชุดเยอะมากๆ
มากซะจนไม่สามารถลงไปเปลี่ยนด้านหลังของเวทีได้เลย
งานนี้เราก็เลยได้เห็นการแต่งองค์ทรงเครื่องกันสดๆหน้าเวที แต่ไม่มีฉากโป๊ให้ต้องเซ็นเซอร์นะ
ที่เห็นกันชัดๆเลยก็คือช่วงเพลง ‘7 วันที่ฉันเหงา’
งานนี้เปลี่ยนสีของเสื้อผ้าตรงตามวันกันเลยทีเดียว 7 วันก็ 7 สีแน่ะ
เรื่องเอฟเฟค แสง สี เสียง ก็เต็มที่
เรื่องแดนเซอร์ก็เช่นกัน

ช่วงอื่นๆที่ชอบ ก็เป็นช่วงเพลง ‘มากมาย’
มีการนำธงชาติของแต่ละประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาบอกรักในเพลงมาโบกสะบัดบนเวที
และจบเพลงนี้ด้วยการนำกระดาษสี่เหลี่ยมหลายๆแผ่นต่อให้เป็นรูปหัวใจดวงโตๆ มีสีของธงชาติไทยอยู่บนหัวใจดวงนี้
อีกช่วงที่ชอบมากก็คือ การนำเด็กจากหลายมูลนิธิ(เสียดายจำชื่อได้ไม่หมด)
รวมๆกันก็มีเด็กตัวเล็กๆบนเวทีเป็นร้อยคน มาเต้นประกอบเพลง ‘HUG’
น่ารักดี ได้ใจคนรักเด็กอย่างเราไปเต็มๆเลยล่ะ ^^

ก่อนที่จะจบคอนเสิร์ตบี้บอกว่า
เมื่อคอนเสิร์ตเสร็จสิ้นลง สิ่งก่อสร้างต่างๆก็จะถูกรื้อถอนออกไป
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ถูกรื้อถอนออกไปด้วย นั่นคือ
“ความรู้สึกดีดีที่มีให้กันในวันนี้”
ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป
งานนี้ขอตอบกลับไปว่า…เช่นกัน

ความเห็น (5)

ขอบคุณความเหงาที่ทำให้เรามาเจอกัน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546
มีบทเพลงเพลงหนึ่ง ที่ทำให้เรารวมถึงใครๆเกิดอาการ “เหงา” ขึ้นมาจับใจ
ทั้งเนื้อหาของเพลง ทั้งเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ฟังกี่ทีกี่ทีก็เหงา
ครั้นพอเริ่มจะคลายเหงา
ก็เกิดอาการ “คิดถึง” รุมเร้าขึ้นมาซะงั้น

คนสองคนทำให้เรา “เหงา” และ “คิดถึง” ได้ ในคราวเดียวกัน
คนสองคนทำให้เรามีความสุขจากการได้ฟังเพลงของพวกเขา
คนสองคนทำให้เรามีสิ่งรื่นเริงบันเทิงใจ เพื่อผ่อนคลายในยามที่เคร่งเครียดกับการเรียนอันหนักหน่วง
คนสองคนทำให้เราได้เจอบรรยากาศใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ
คนสองคนทำให้เราได้ทำบุญเปิดหมวกร่วมกันในหลายๆครั้ง
คนสองคนทำให้…

เขียนถึงคนสองคน
ในโอกาสครบรอบห้าปีที่เราได้เจอกัน
ยังคงคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา…เสมอ
.
.
.
.

ว่าทุกเวลา ที่เราห่างกันแสนไกล ยังมีอีกคำในหัวใจ
ที่จะบอกเธอ ให้เธอได้รู้และเข้าใจ
ว่าคิดถึงเธอ เมื่อเราห่างกันแสนไกล มีคำหนึ่งคำจะพูดไป
ให้เธอได้รู้ จะแทนความหมายความห่วงใย ฉันคิดถึงเธอ

ก็ฉันมีเพียงเธอ…

ความเห็น (5)

เก็บ-กอบ-มัด-ปัด-เปิด-จับ-หยิบ-ปัก-เริ่ม

ค่อยๆเก็บ
ความทุกข์ทิ้งลงถัง
กอบความหวัง
มัดรวมเป็นกำใหญ่
ปัดความเศร้า
ที่ทับถมให้หมดไป
เปิดหน้าต่าง
รับแดดที่สาดมา
จับความบ้า
ขึ้นเขียงลงมือหั่น
หยิบความฝัน
ใส่กรอบแขวนข้างฝา
ปักความรัก
ลงกระถางริมชายคา
เริ่มต้นใหม่
อย่ารอช้าท้าตัวเอง

กลอนบทที่ชอบมากที่สุดในหนังสือ “หาดขาว ดาวสวย และ กล้วยตาก”
ของพี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง-สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก
ชอบเพราะบางครั้งที่เราท้อๆ อ่านกลอนบทนี้มันก็ทำให้มีกำลังใจขึ้น
บางครั้งก็เป็น “คำโปรย” ในการ์ดรวมถึงโปสการ์ดหลายใบที่เราส่งให้คนพิเศษ
หนังสือเล่มนี้เรามีไว้ในครอบครองมาเป็นเวลาเนิ่นนาน
เพราะชื่นชอบคนคนนี้ ทั้งในฐานะนักเขียน นักแต่งเพลงและนักร้อง
ได้ดูคอนเสิร์ตหลายครั้ง ทั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวและศิลปินกลุ่ม
ได้เจอกันหลายครั้งตามงานหนังสือต่างๆ
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ ด้วยหน้าที่การงานของเรา รวมถึงถิ่นที่อยู่ที่ห่างเมืองกรุงออกมา
ถ้าบอกว่าคำนิยมที่พี่จุ้ยเขียนให้กับนักเขียนบางคน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราตามอ่านหนังสือของคนคนนั้นเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คงไม่ผิด

ไม่ว่าเราจะทุกข์ท้อเพียงใด
ขอเพียงแค่เรามองเห็นคุณค่าในตนเอง
เราจะมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
เราจะมีสมองที่พยายามคิดค้นหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
แต่เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่า
เรี่ยวแรงต่างๆจากทั้งสมองและหัวใจที่จะแก้ไขปัญหานั้นๆมันก็พลอยจะหมดไปด้วย

บางครั้งนอกจากกำลังกายจะต้องเข้มแข็ง
กำลังของใจก็ควรจะเข้มแข็งด้วยเช่นกัน
เพื่อที่สุดท้ายเราจะผ่านพ้นมันไปได้

ปีใหม่ไทยที่จะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ขอให้เย็นกายเย็นใจกันถ้วนหน้า
สิ่งใดๆที่ร้อนอยู่ ณ ตอนนี้ ขอให้มันผ่านพ้นไป…ด้วยดี

ความเห็น (9)

ท้องฟ้าเปื้อนฝน-ต้นไม้ผลัดใบ-เมืองใต้ดิน

วันนี้ได้รับกระดาษแผ่นน้อย

ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไกล

สีสันของภาพ รวมถึงเรื่องราวที่บอกกล่าวกันมา

บอกให้รู้ว่า คนส่งมีความสุข และรู้สึกสบายดี

เช่นเดียวกับผู้รับ ที่รับเอาความสุขมาไว้เต็มๆเช่นกัน ^^

 

scan00033

ความเห็น (3)

อีกหนึ่งไอดอล

เขาคือคนที่อายุมากกว่าเราสิบปี
เขาชอบเรียนวิชาเลขมากกว่าศิลปะ
เขาสนใจข่าวสารบ้านเมืองมาตั้งแต่อายุเก้าขวบ
เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
เขาชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยประถม ทีมโปรดของเขาคือ “นิวคาสเซิล”
สิ่งที่สร้างความรื่นรมย์ให้เขานอกจากการดูฟุตบอลก็คือการฟังเพลง
วงดนตรีโปรดของเขาคือ  The Eagle และ Oasis เป็นต้น
เขาชอบเที่ยวทะเลมากกว่าภูเขา และยังชอบหม่ำไอติมรสชอคโกแลต
ฯลฯ

****

เขาคนนั้น…
เป็นคนที่เราปลื้มมาตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัยปี 1
เขาคือคนที่เราคอยติดตามผลงานมาเป็นระยะๆ
ขณะนี้ถือว่าเขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งของบ้านเรา
หวังว่าเขาจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ นำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆไปได้..ด้วยดี
และเป็นหนึ่งในไอดอลของเรา..ตลอดไป

(ข้อมูลบางส่วนของเขานำมาจากหนังสือ..Question Mark ที่มีลายเซ็นงามๆอยู่ในนั้น ^^)

ความเห็น (3)

ถ้าไม่เลิฟก็เขียนไม่ได้

หากนิยามของ “ความรัก” คือ “ความรู้สึกดี”

ชื่อเอนทรี่นี้ก็คงจะเหมาะกับความรู้สึกของตัวเราในขณะนี้

การที่เราจะเขียนถึงใครบางคนหรืออะไรบางอย่าง

โดยใช้ความรู้สึกดีๆที่มาจากใจของเรานั้น มันคงไม่ยากเท่าไหร่

แต่การที่จะให้คนหลายๆคนที่รู้สึกดีๆกับใครบางคนหรือกับอะไรบางอย่างร่วมกัน

มาเขียนถึงความรู้สึกที่มีนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

ถึงแม้จะยากเพียงใด แต่ถ้าเลิฟเราก็จะเขียนมันได้ (แถมยังดีซะด้วยสิ)

ความเห็น (6)

ถ้อยคำของคนโปรด

“จงเชื่อมั่นว่าชีวิตมีค่าควรแก่การดำรงอยู่ แล้วความเชื่อจะช่วยให้มันเป็นจริงตามนั้น”

“หนังสือเป็นเครื่องมือเดินทางที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์”

“สิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นทุกวัน สำคัญที่เราได้หันไปมอง”

“พฤติกรรมกำหนดชะตากรรม”

“งานกับเล่นเป็นสิ่งเดียวกัน”

“ความคิดสร้างสรรค์ทุกชิ้นเกิดขึ้นต่อจากความคิดสร้างสรรค์อันเดิม”

“คนเราไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าไม่เปลี่ยนทัศนคติก่อน”

“ผมชอบโลกที่มีมุทิตาจิต คือโลกที่ชื่นชมคนอื่นอย่าชื่นชมตัวเองอย่างเดียว มันทำให้โลกเบา”

“มนุษย์ถูกสั่งให้เกิดมาแล้วคิดตลอดว่า พรุ่งนี้ต้องไม่เหมือนวันนี้”

“ผมคิดเรื่องการกลับมาเกิดใหม่แล้วมันจรรโลงชีวิต ความคิดนี้ศรัทธานี้ มันอุ้มชูชีวิตของเราได้”

“ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการได้เป็นอะไรเท่ากับการได้ทำอะไร อย่าไปฝันว่าอยากเป็นอะไรกัน คุณต้องอยากทำอะไรก่อน แล้วมันจะเป็นเอง”

ถ้อยคำคมคมของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ จากหนังสืออะเดย์เล่ม 95 ที่ว่าด้วยเรื่อง “คุยกับประภาส”

เล่มนี้ตั้งใจซื้อมาตั้งแต่ทราบข่าวว่าจะมีเรื่องราวของพี่จิก-ไอดอลคนสำคัญลงในอะเดย์

พี่จิกเป็นคนที่ทำให้เราหันมาอ่านหนังสืออื่นอื่นนอกเหนือจากตำราเรียน

เป็นคนเบื้องหลังคนสำคัญรวมถึงเป็นคนแต่งเพลงให้กับวงเฉลียง-หนึ่งในศิลปินที่เราโปรดปราน

นอกจากนี้ยังแต่งเพลงดังดังให้กับศิลปินคนอื่นอื่นอีกมากมาย

ซึ่งเพลงหนึ่งที่ตัวเราชอบมากก็คือเพลง “เพราะอะไร” ในอะเดย์เล่มนี้ได้บอกเล่าถึงที่มาของเพลงนี้เอาไว้ด้วย..น่ารักดี

ถ้าใครที่ชื่นชอบชื่นชมพี่จิก ประภาส ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้

อ้อ มีแถมซีดีเพลงที่แต่งโดยพี่จิกแต่นำมาเรียบเรียงและขับร้องใหม่ทั้งหมด 5 เพลง คุ้มคุ้ม

ชอบเพลง-เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ-เวอร์ชั่นสครับบ ฟังแล้วได้อีกอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม^^

ความเห็น (2)