Archive for กรกฎาคม, 2009

บนปกสมุดสีม่วง

I keep on walking towards my goal.
When I’m lazy, I just sit down watching people passing by.
Sometimes I walk backwards because there is something I left behind.

ประโยคข้างบน
เป็นคำที่อยู่บนปกสมุดริมห่วงสีม่วงอ่อนของ full stop
ซึ่งมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดสาว 27
ชอบความหมาย
อ่านแล้วรู้สึกดีจัง

ความเห็น (6)

ชอบเพลงนี้

จริงๆนะ
^.^

ลองคลิ๊กไปฟังกันนะจ๊ะ
http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0903512501

ความเห็น (1)

วันที่ 27 เดือน 7

What matters one more hour or day
or one more month or year
As long as friends are kind and true
and friendships are sincere
For life is never measured
by the years through which you live,
But by the kindly deeds you do
and the friendly cheer you give…
And so in paying tribute
to your birthday and to you,
I add appreciation
for the gift of friendship, too.

If I were to define
the phrase “special friend”,
I’d think about you
about your caring, thoughtful ways,
the dreams you’ve nurtured,
and all the up and downs we’ve shared…
You’re everything a special friend could be,
and I don’t know how
I could have made it through the years
without you…
Happy birthday

จะเป็นปัญหาอะไรกับเวลาที่เพิ่มขึ้น
อีก 1 ชั่วโมง 1 วัน 1 เดือน หรือ 1 ปี
ตราบใดที่มีเพื่อนผู้หวังดีและเป็นมิตรแท้
และมิตรภาพ คือ ความจริงใจ
เพราะชีวิตมิได้วัดด้วยเวลาที่เธอมีชีวิตอยู่
หากวัดด้วยการกระทำอันเอื้ออาทรที่เธอทำ
และการให้กำลังใจฉันมิตรที่เธอมอบให้…
และในการมอบของขวัญวันเกิดแด่เธอ
ฉันได้เพิ่มความซาบซึ้งใจ
ลงไปในของขวัญแห่งมิตรภาพนี้ด้วย

หากต้องให้ความหมายของวลี “เพื่อนคนพิเศษ”
ฉันก็จะนึกถึงเธอ นึกถึงความห่วงใย ความเอาใจใส่
ความใฝ่ฝันที่เธอช่วยสนับสนุน
ความสุข ความทุกข์ทั้งหมดที่เราเคยมีร่วมกัน…
เธอเป็นทุกสิ่งเท่าที่เพื่อนคนพิเศษจะเป็นได้
และฉันคงไม่รู้ว่าจะผ่านช่วงเวลาทั้งหมดนี้มาได้อย่างไร
หากไม่มีเธอ
สุขสันต์วันเกิด

คำอวยพรวันเกิดข้างบน
นำมาจากการ์ดอวยพรวันเกิดที่สะสมไว้เป็นเวลาเกือบสิบปี
ขอมอบคำอวยพรทั้งหมดให้กับเพื่อน 2 คน
ซึ่งเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน แต่ต่างปี
27 กรกฎาคม 2552
เพื่อน 2 คนกำลังมีอายุเพิ่มขึ้นคนละ 1 ปี
คนหนึ่งเพื่อนเก่า อีกคนเพื่อนใหม่
คนหนึ่งเพื่อนชาย อีกคนเพื่อนหญิง
รูปร่าง หน้าตา บุคลิก รวมถึงนิสัย อาจไม่คล้ายกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่เหมือนกันคือ…
เป็นเพื่อนที่ดีของเราทั้งคู่
เพื่อนที่ไม่ว่าเราจะทุกข์หรือสุข
เค้าจะเป็นผู้รับฟัง และคอยให้กำลังใจ เสมอมา

ขออวยพรให้เพื่อนของเราทั้งคู่
มีความสุขกับวันที่อาวุโสขึ้น รวมถึงวันต่อๆไป
แข็งแรงทั้งกายและใจ
ได้ทำความฝันให้กลายเป็นจริง
(คนหนึ่งได้ทำร้านอาหาร+ร้านกาแฟ อีกคนได้มีชื่อของตัวเองบนปกหนังสือ)
มีคนที่เพื่อนรักและคนที่รักเพื่อน
และเป็นเพื่อนที่ดีของเราไปนานๆ(ตลอดไปได้ยิ่งดี)เน้อ

- จุ๋ม -

ความเห็น (3)

ตัวหนังสือสร้างมิตรภาพ

IMG-3579[1]

“สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน
คือตัวหนังสือสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้
ผมเห็นแต่ “หัว” และ “หาง” ของตัวหนังสือ
แต่มันก็มีมือล่องหน โยงใยให้คนเกาะเกี่ยวกัน
ผูกสัมพันธ์ขึ้นมา
ช่างน่ารัก”

“พี่ๆ น้องๆ หลายคนเกาะกลุ่มกลมเกลียวจากการอ่านหนังสือของคนเขียนคนเดียวกัน
กระทั่งทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีคนเขียนเป็นหัวข้อสนทนา
พี่น้องก็หลั่นล้าขึ้นเหนือล่องใต้ไปไหนมาไหนกันได้อย่างสบายใจ”

“ผมว่าโลกที่มีตัวหนังสือลอยไปมาใบนี้มันน่ารัก
และแวดล้อมไปด้วยผู้คนดีๆ มากมาย
ทั้งคนเขียน คนอ่าน ที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจ สิ่งดีๆ และมิตรภาพให้กันเสมอ”

“คิดเหมือนผมไหมครับว่า
โชคดีจังที่โลกนี้มีตัวหนังสือ
ทำให้เราได้สื่อสารกับคนที่อยู่ไกลโพ้นได้
จนรู้สึกราวกับอยู่ใกล้กัน”

หลายวันก่อนนักเขียนคนโปรดเขียนไว้ใน ‘บ้านพักฝากอากาศ’ หลังล่าสุด
ในหัวข้อ “สิ่งที่ดีที่สุดในการเขียนหนังสือ”
เชื่อว่าถ้าใครติดตามผลงานของเค้ามาตลอดเมื่อได้อ่านหัวข้อนี้
คงจะรู้สึกดี และปลื้มใจไปกับเค้าด้วย

เอ๋..บอกว่า การเขียนหนังสือ นำมาซึ่งหลายสิ่งหลายอย่าง
ทั้งความเบิกบานใจ ความสุข ความรื่นรมย์ ตื่นเต้น ดีใจ ความภูมิใจ
ได้ออกกำลังสมอง ได้ไปโบกรถเที่ยวเมืองไทยกับผู้อ่าน
ได้สนทนากับบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจ ได้รู้จักกับคนในวงการหนังสือ
ได้รู้จักผู้คนที่ไม่เคยคิดว่าจะรู้จัก ฯลฯ

ในส่วนของผู้อ่านเอง
ก็ต้องบอกว่า มีหลายสิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น ได้ความรู้ ได้ความบันเทิง ได้ผ่อนคลาย
ได้กระตุ้นต่อมความคิด-ความฝัน-จินตนาการ

สิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดที่ได้จากการอ่านหนังสือของนักเขียนคนโปรด ก็คือ “มิตรภาพ”
จากคนแปลกหน้าหลายๆคนที่ชื่นชอบตัวหนังสือของคนเขียนคนเดียวกัน
เราได้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก๊วน กลายเป็น “คนรู้จัก”
สำหรับบางคนขอยกให้เป็น “คนรู้ใจ” ละกันนะ
พวกเรามีกิจกรรมร่วมกันหลายๆอย่าง
ทั้งการท่องเที่ยว-ทริปเกาะเกร็ด, ทริปตักบาตรดอกไม้ (ยังรอทริปหน้าอยู่เน้อ)
ปาร์ตี้-ปาร์ตี้@ปาเต๊ะ, ปาร์ตี้@ข้าวสาร (esp. ร้าน True@ข้าวสาร)
ดูหนัง+ฟังเพลง, หม่ำข้าวเคล้าการหยอกเย้า+เอาคืน
เดินเที่ยวเล่นเย็นใจ+ถ่ายรูป ชิลชิล
รวมพลไปงานสัปดาห์หนังสือ เพื่อเซย์ไฮ+ขอลายเซ็นนักเขียนคนโปรด
บางครั้งก็ได้เทคแคร์ป๊า+แม่ ที่มาให้กำลังใจลูกชาย
รวมถึงได้ผูกสัมพันธ์กับหญิงสาวที่น่ารักผู้ซึ่งเป็นคนพิเศษของนักเขียน
ระยะหลังมานี้ก็ได้เดินสายไปฟังนักเขียนพูดคุยในหลายๆที่

สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือมิตรภาพที่ค่อยๆก่อตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความรู้สึกที่ดี
เราต่างดูแลความรู้สึกของกันและกัน
ใครทุกข์ท้อ ก็จะมีแรงใจจากเพื่อนๆคอยส่งให้
บางครั้งมันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่เราก็รับรู้กันได้ด้วยใจ ^^

นอกจากนี้การอ่านหนังสือของนักเขียนคนโปรด
ทำให้เราได้ท่องไปในโลกไซเบอร์มากขึ้น จากเดิมที่ไม่ค่อยได้ก้าวมาสู่โลกใบนี้เท่าไหร่
ได้เขียนบล็อก เพื่อเป็นพื้นที่ทักทายกับเพื่อนๆน้องๆ
ได้ท่องไปในบ้านล่องหนของเพื่อนๆ รวมถึงเพื่อนของเพื่อนอีกหลายๆหลัง
มีโอกาสทักทายกับคนแปลกหน้าผ่านทางบ้านล่องหนของแต่ละคน
และได้รับคำทักทายกลับมา จนบางครั้งรู้สึกคุ้นเคยกันดี ทั้งที่ไม่ได้พบหน้ากันมาก่อน

งานนี้คงต้องขอบคุณสายตาของตัวเองที่ไปปะทะกับหนังสือจำนวนมากมายในร้านหนังสือ
แล้วสมองก็สั่งการให้หยิบหนังสือบางเล่มติดไม้ติดมือกลับมาด้วย
จากนั้นสายตา-สมอง-หัวใจ ก็ร่วมมือกันในการอ่านหนังสือเหล่านั้น
และลงเอยมาเป็นเรื่องราวในเอ็นทรี่นี้

ปล…ขอมอบเรื่องราวในเอ็นทรี่นี้ให้กับทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ตั้งแต่ได้อ่านตัวหนังสือของคนโปรด :D

 

ความเห็น (5)

สมบูรณ์แบบ

“ถ้าคุณรักคนคนนั้น เพราะเขาสมบูรณ์แบบ
พอเขามีข้อบกพร่องหรือไม่ดีพร้อมอย่างที่คุณวาดภาพไว้
ความรักก็จืดจางโดยง่าย

แต่ถ้าเพราะคุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีข้อเสียในสายตาคนอื่นมากมาย
หากสำหรับคุณ เขาจะยังสมบูรณ์แบบเสมอ
ยากที่จะเลิกรัก ยากที่จะตัดใจ และความรักไม่จืดจางไปง่ายๆ

ช่วงนี้พักสมองด้วยการอ่านนิยายเล่มโตๆ
นิยายที่คาดว่าอีกไม่นานจะโลดแล่นอยู่บนจอทีวี
ซึ่งนำแสดงโดยดาราโปรดของเราทั้งคู่ ^^

หนังสือเล่มนี้ชื่อ…สูตรเสน่หา เขียนโดยคุณกิ่งฉัตร
อ่านแล้วหนุกหนานมากมายกับพฤติกรรมของนางเอก
ที่สวย เลิศ เชิด หยิ่ง เห็นแก่ตัว คิดเข้าข้างตัวเองตลอด
และหลงรักคนที่รูปลักษณ์และวัตถุที่ห่อหุ้ม(เปลือกนอก)
ในขณะที่มองข้ามคนที่ดีกับตัวไป เพียงเพราะไม่ใช่สเปคที่ตั้งเอาไว้

คำพูดข้างบนนั้น…
เป็นคำพูดของพระเอกที่พูดกับนางเอก
และเป็นคำโปรยปกหลังของหนังสือเล่มนี้
อ่านแล้วชอบชอบ และเทใจให้กับ “ครูกุ๊ก” พระเอกของเรื่องไปเล้ย ^^

บางคนเมื่ออ่านแล้วอาจฉุกใจคิดถึงความรักของตัวเอง และตั้งคำถามกับตัวเองก็ได้ว่า..

‘คุณรักเขาเพราะเขาสมบูรณ์แบบ
หรือเพราะคุณรักเขา เขาถึงสมบูรณ์แบบ’

ความเห็น (6)

พาสมองเข้าห้องยิม

ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือ “อัจฉริยะสร้างสุข” ของหนูดี วนิษา เรซ
อ่านไปได้เกือบครึ่งเล่มแล้วล่ะ เจอเนื้อหาที่น่าจะนำมาฝากกัน
เรื่องราวในบทที่ 4 – เราฝึกสมองให้สุขได้ ไม่ต่างจากการบริหารร่างกาย

แพทย์ในสายประสาทวิทยา แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารสมองให้มีความสุขและเลิกกัดกินความทุกข์ โดยอยู่บนพื้นฐานความจริงที่สามารถทำได้

ดร.เดเนียล เอเมน แพทย์ด้านสมองและจิตแพทย์คนดังแห่งเอเมนคลินิกเพื่อการดูแลและพัฒนาสมอง ได้ให้คำแนะนำไว้เป็นขั้นตอน ดังนี้

1.ต้องยอมรับและเข้าใจว่าความทุกข์และความเครียดมีผลร้ายและทำลายสมองได้จริงๆ
2.เรียนรู้ที่จะพูดคำว่า’ไม่’บ้าง
3.นอนหลับให้เพียงพอ
4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ประมาณสัปดาห์ละสามครั้ง
5.สวดมนต์และนั่งสมาธิเป็นประจำ
6.หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ทำร้ายสมอง ซึ่งส่งผลให้อารมณ์แปรปรวน
7.สารอาหารชั้นดีมีคุณกับสมองที่ควรรู้จัก
8.สร้างตารางเวลาให้การหัวเราะเป็นประจำทุกๆวัน

รู้สึกแย่จังที่ช่วงนี้ไม่ได้ทำอะไรดีดีให้กับสมองของตัวเองเลย
แถมยังเหน็ดเหนื่อยกับภาระงานที่เพิ่มมากขึ้นจากการตื่นตระหนกของผู้คน
และยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่จะรับเชื้อมากกว่าคนอื่นๆ
ที่สำคัญตอนนี้มีผู้ป่วยเด็กยืนยันการติดเชื้อที่เราต้องดูแลอยู่ 1 ราย
โชคดีที่เด็กอาการไม่หนักมาก อีกไม่นานคงได้กลับบ้าน
ไงก็ขอให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลาย รักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงไว้เน้อ

- ด้วยความเป็นห่วง -

ความเห็น (6)

หลุมดำของความสัมพันธ์

การที่เราได้รู้ว่าถูกบล็อกเอ็มฯจากคนที่เราแคร์
แม้ว่าใครคนนั้นอาจมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง
แต่มันก็ทำให้เราเสียความรู้สึกไปพอควร
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ทำไมนะเราถึงไม่ลืม

การที่เราจำใจทำบางสิ่งอย่างที่ฝืนความรู้สึก โดยไม่อาจปฏิเสธได้
และบางสิ่งอย่างนั้น สร้างความอึดอัดใจในระยะยาวให้กับเรา
มันบั่นทอนความรู้สึกดีดีมากมายที่เคยมีให้ไปไม่น้อยเลย

การที่เราเจอผลกระทบจากคนที่ชอบ “ทิ้งขี้ไว้ ให้คนอื่นเช็ด”
ตามคำเปรียบเปรยที่อาจารย์เคยบอกกับเรา
ขอบอกว่าเบื่อ บางครั้งเบื่อจนไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กันเลยทีเดียว

การที่เรารู้สึกเหมือนถูกรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เล็กๆของตัวเอง ในห้วงเวลาที่ไม่ปรารถนา
แม้ว่าบางครั้งมันเป็นเรื่องจิ๊บๆ แต่บางอารมณ์มันดูเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อยสำหรับเรา
บางทีอาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจกันดีพอ หรืออาจเป็นความไม่เสถียรทางอารมณ์ของเราเองก็เป็นได้

ที่พร่ำบ่นมาทั้งหมดนั้น
เป็นบางส่วนของ “หลุมดำของความสัมพันธ์” ที่เกิดขึ้น
หลุมดำที่ทำให้หัวใจมอมแมม จนเกิดอาการงี่เง่างอแงบางที
หลุมดำที่เราจะรู้สึกว่ามันลึกมากขึ้น เมื่อเกิดกับคนที่เรารู้สึกดีด้วยมากๆ

ปล.พร่ำบ่น ในวันที่เหนื่อยกะงานงานงาน

ความเห็น (6)

หายใจ ใกล้ใกล้กัน

IMG-8143[1]

มันคงเป็นโชคชะตา ที่ฉันต้องเข้าใจ
ความรักเรานั้น มาไกลแค่นี้
ต้องปล่อยเธอไปตามเส้นทางของเธอที่ดี
แต่ยังมีสิ่งหนึ่ง อยากให้เธอรู้ก่อนที่จะไป

เธอจะเป็นความทรงจำอยู่ภายในลมหายใจ
จะจดจำเธอจนวันสุดท้าย ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดที่ยังหายใจ จะไม่ลืมเธอ

ได้อยู่ดูแลเธอมา หายใจใกล้ๆกัน
เท่านี้ใจฉันก็มีความหมาย หากวันใดเหนื่อยล้า
นึกถึงตอนฉันยิ้มให้ ไม่มีฉันจากนี้ ดูแลตัวเองให้ดีนะเธอ

เธอจะเป็นความทรงจำอยู่ภายในลมหายใจ
จะจดจำเธอจนวันสุดท้าย ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดที่ยังหายใจ จะไม่ลืมเธอ

นับจากนี้ใจฉันคงหยุดการมีเธอ นับจากนี้คงต้องเริ่มออกเดิน
เพื่อเจอรักใหม่ เราสองคงไกลห่าง แต่จะไม่มีทางลบภาพเธอ

เธอจะเป็นความทรงจำอยู่ภายในลมหายใจ
จะจดจำเธอจนวันสุดท้าย ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดที่ยังหายใจ จะไม่ลืมเธอ

ใจของฉันคงต้องหมุนตามเวลา
ซักวันคงมีใครผ่านเข้ามา ตราบใดมีลมหายใจ ก็จะมีเธอ

เสียงเพลง “ความทรงจำในลมหายใจ” ดังขึ้นในช่วงท้ายๆของคอนเสิร์ต Love มากมาย
คอนเสิร์ตที่มีอะไรมากมายให้ได้เห็น ได้ยิน และรู้สึก

ได้เห็นภาพความเป็น “ครอบครัว” ของผู้เข้าชม (คล้ายๆกับคอนเสิร์ตเมื่อปีที่แล้ว)
มีทั้งพ่อ-แม่-ลูกสาว-ลูกชาย-คุณย่า ซึ่ง 5 คนนี้นั่งใกล้ๆกับเรา ดูน่ารักมากๆ ทุกคนมีส่วนร่วมในคอนเสิร์ตเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะร้อง เต้น รวมถึงกรี๊ดด้วย ^^
อ้อ และจะพบเห็นผู้ชมหลากรุ่นหลายวัยมาก ตั้งแต่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไปจนถึงผู้ใหญ่อายุกว่า 60 ปี
ส่วนภาพแปลกตาที่ได้เห็นก็คือ การสวมหน้ากากอนามัย ในการเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้
โดยกระทรวงสาธารณสุขได้นำหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์เจลสำหรับทำความสะอาดมือมาแจกจ่ายในงานนี้ด้วย
เป็นภาพที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็รู้สึกดีกับการตื่นตัวของผู้คน
และแอบหวังอยู่ลึกๆว่าจะไม่มีคนติดเชื้อจากการมาดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ (ก็ต้องติดตามข่าวกันต่อไป)

เชื่อว่าหลายคนคงกังวลใจกับเรื่องราวโรคระบาดที่เกิดขึ้น
เป็นคอนเสิร์ตที่เราได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าที่นั่งข้างๆกันมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อย่างน้อยก็มีคำถามว่า สบายดีหรือเปล่า เป็นไข้หวัดอยู่มั้ย
และได้พูดคุยถึงแรงจูงใจที่มาดูคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เหตุผลคือ ประทับใจ+ชื่นชมความสามารถของศิลปิน ทั้งการร้อง เต้น และการเอนเตอร์เทนผู้ชม

รายละเอียดของคอนเสิร์ตก็ “มากมาย” สมชื่อจริงๆ
ทั้งการร้อง-เต้น-เล่นละครเวที
รวมถึงแขกรับเชิญ…
ติ๊ก ชีโร่+เชษฐ์ smile buffaro มาดวลกลองกัน ในเพลง ‘จังหวะหัวใจ’
แกรนด์ เดอะสตาร์ 5 กับการเต้นอย่างหนุกหนาน ในเพลง ‘สะกดใจ’
สิงโต เดอะสตาร์ 5 กับการดวลเพลง ‘เพลงนี้’ กับบี้ และโชว์เดี่ยวเพลง ‘ตังเก’
แอฟ ทักษอร+ต้าร์ นาวิน กับละครเวที ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้มากกับฉากสวีทของแอฟกับบี้บนเวที รวมถึงเพลงเพราะๆอีกหลายเพลง esp. เพลงหยาดเพชร

นอกจากแขกรับเชิญที่เป็นนักร้อง นักแสดงแล้ว ยังมีแขกรับเชิญที่เป็นผู้ชมในฮอลล์ด้วย
เป็นช่วงหนึ่งของคอนเสิร์ตที่เรียกว่า ‘เซียงซิมเสี่ยงรัก’
ผู้ที่ลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ที่หน้างานจะถูกจับฉลากเบอร์โทรขึ้นมา และต่อสายตรงจากบี้ไปหาผู้โชคดีคนนั้น
และสมมติให้คนคนนี้เป็นเนื้อคู่ของบี้
ผู้หญิงที่โชคดีในรอบที่เราดูคือ..น้องน้ำ ได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีเดียวกับบี้
ซึ่งร้องเพลง ‘อยากถูกเรียกว่าแฟน’ มอบให้ ได้รับดอกไม้หลากสีสันหลายๆดอก
และที่สำคัญได้รับ hug จากบี้ไปเต็มๆ จนสาวๆในฮอลล์ต่างพากันอิจฉา

นอกจากนี้ยังมีมุกขำๆกวนๆจากบี้ ให้ได้กรี๊ดเป็นระยะๆ
ไม่ว่าจะเป็นมุกนิยามความรักในวัยต่างๆ
มุกเพลงจีบสาวแต่ละอาชีพ
มุกคนหล่อ
มุกแพนด้า-สิงโต
ฯลฯ

อ้อ คอนเสิร์ตนี้ มีการเปลี่ยนชุดเยอะมากๆ
มากซะจนไม่สามารถลงไปเปลี่ยนด้านหลังของเวทีได้เลย
งานนี้เราก็เลยได้เห็นการแต่งองค์ทรงเครื่องกันสดๆหน้าเวที แต่ไม่มีฉากโป๊ให้ต้องเซ็นเซอร์นะ
ที่เห็นกันชัดๆเลยก็คือช่วงเพลง ‘7 วันที่ฉันเหงา’
งานนี้เปลี่ยนสีของเสื้อผ้าตรงตามวันกันเลยทีเดียว 7 วันก็ 7 สีแน่ะ
เรื่องเอฟเฟค แสง สี เสียง ก็เต็มที่
เรื่องแดนเซอร์ก็เช่นกัน

ช่วงอื่นๆที่ชอบ ก็เป็นช่วงเพลง ‘มากมาย’
มีการนำธงชาติของแต่ละประเทศที่เป็นเจ้าของภาษาบอกรักในเพลงมาโบกสะบัดบนเวที
และจบเพลงนี้ด้วยการนำกระดาษสี่เหลี่ยมหลายๆแผ่นต่อให้เป็นรูปหัวใจดวงโตๆ มีสีของธงชาติไทยอยู่บนหัวใจดวงนี้
อีกช่วงที่ชอบมากก็คือ การนำเด็กจากหลายมูลนิธิ(เสียดายจำชื่อได้ไม่หมด)
รวมๆกันก็มีเด็กตัวเล็กๆบนเวทีเป็นร้อยคน มาเต้นประกอบเพลง ‘HUG’
น่ารักดี ได้ใจคนรักเด็กอย่างเราไปเต็มๆเลยล่ะ ^^

ก่อนที่จะจบคอนเสิร์ตบี้บอกว่า
เมื่อคอนเสิร์ตเสร็จสิ้นลง สิ่งก่อสร้างต่างๆก็จะถูกรื้อถอนออกไป
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่จะไม่ถูกรื้อถอนออกไปด้วย นั่นคือ
“ความรู้สึกดีดีที่มีให้กันในวันนี้”
ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป
งานนี้ขอตอบกลับไปว่า…เช่นกัน

ความเห็น (5)

รายมากมัก

I love you
หว่ออ้ายหนี่
Ich lieber dich
Je t’aime
Tiamo
Te quiero
ซารังแฮโย
คิมิโอ ไอชิเตรุ
จิตพาเด
บองสรันโอน
Amo-te
Jag alskar dig
Ya vas liubliu

มองไม่เห็นด้วยตา ถ้าจะรับรู้ต้องด้วยใจ
ถามว่ารักเธอเท่าไหร่ จะนับยังไงดี
ต่อให้เก็บดวงดาวมาหมดฟ้า เอาน้ำมาหมดโลกนี้
คูณเม็ดทรายที่มี มันก็ยังดูน้อยไป
ไม่รู้จะต้องทำ..สักเท่าไร..ทำให้เธอ..รู้
คำที่สวยที่หรู..มันเทียบกับใจ..ไม่ได้

บอกได้แค่รัก..มากมาย รักเธอ..มากมาย
ไม่มีหน่วยวัดได้ หรอกความรักนี้
ที่อยู่ในใจ มันมากมาย ล้นอกซ้าย..ที่ฉันมี
ถึงเมื่อไหร่ไม่รู้..รู้แต่จะรัก ทุกนาที..ที่ยังหายใจ

มองให้ลึกเข้าไป ข้างในตาคู่นี้ทุกวัน
เธอจะเห็นรักร้อยเรียงกัน แค่ไหนนับดูสิ
ถ้าหากฉันคิดถึงเธอ 1 ครั้ง แล้วกดโทรไป 1 ที
เธอคงรับไม่ไหวเพราะคงมีเป็น 10,000 miss called

I love you, หว่ออ้ายหนี่, Ich lieber dich, Je t’aime
ก็จะให้พูดยังไง ให้เท่าหัวใจที่มี
Tiamo, Te quiero, ซารังแฮโย
จะบอกว่ารักกี่ภาษา ก็ฟังไม่เยอะสักที
คิมิโอ ไอชิเตรุ, จิตพาเด, บองสรันโอน
ไม่ว่าจะพูดยังไง ก็ไม่เท่าหัวใจที่มี
Amo-te, Jag alskar dig, Ya vas liubliu
จะบอกว่ารักกี่ภาษา ไม่ได้ครึ่ง ที่อัดแน่นในนี้ hoo..

รายมากมัก-รักมากมาย
ใครกันหนอ ที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนี้
ใครกันหนอ ที่จะรู้สึกกับเราแบบนี้
บางทีเราอาจรู้อยู่ในใจแล้วก็เป็นได้ ^^

“มากมาย”
ขับร้องโดยบี้ เดอะสตาร์
แต่งคำร้องโดยกสิ นิพัฒน์ศิริผล
แต่งทำนองโดยกสิ นิพัฒน์ศิริผล, ชยุตม์ แสงวรโชติ
ฟังเพลงนี้กี่ทีกี่ทีก็ยิ้มยิ้ม
ยิ้มกับเนื้อหาของเพลง ลูกเล่นในเพลง รวมถึงน้ำเสียงคนร้องด้วย ;)
อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า จะได้ฟังเพลงนี้แบบชิลชิล
(คงจะดีถ้าไม่มีสถานการณ์บางอย่างที่วุ่นวายอยู่ในขณะนี้)

เมื่อวานดูรายการ ‘เจาะใจ’
มีโครงการ forward love-ส่งความรัก
เจอะคำพูดโดนๆจาก แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

“ความรักเหมือนอากาศ มองไม่เห็น แต่จำเป็นที่สุด”

โหย !! โดนอ่ะ
มีใครโดนเหมือนกันมั้ยหนอ ^^

ความเห็น (7)

บ่นบ่นบ่น

4-5-6-7-8 กรกฎาคมนี้
อาจเป็นวันหยุดยาวของใครๆ แต่คงไม่ใช่คนแถวๆนี้
เพราะ 3 ใน 5 วันนั้น (4-5-6) คือวันทำงานของเรา
72 ชั่วโมงแห่งความรับผิดชอบ
ตอนนี้เวลาเดินทางไปเพียงแค่ 13 ชั่วโมงเล่นเอา เหนื่อย+เหงื่อตก
เดินขึ้น-เดินลง 2 วอร์ด (ชั้น 2 และชั้น 3) ไม่รู้กี่รอบ
รวมถึงเดินราวน์วอร์ดประปรายอีก 2-3 ตึก
ทำหัตการเพียบ (ET tube insertion, pleural tapping, lumbar puncture, CPR )
แถมยังต้องปลดปล่อยหนูน้อยที่ทนทุกข์ทรมานมาตั้งแต่วันแรกเกิด(21 พฤษภาคม)
ยังจะมีอะไรที่ยุ่งกว่านี้อีกมั้ยหนอ ไงก็ขอพักสมอง+ร่างกายหน่อยเถอะนะ
งานนี้ tension headache เล่นงานเลย ปวดขมับสองข้าง+ตึงต้นคอมั่กๆ

หลังจากบ่นบ่นบ่น ดีขึ้นจิ๊ดนึง
คงต้องรีบฉกฉวยช่วงเวลาที่เหลือพักๆๆ เอาแรงไว้ก่อน
งานนี้ไม่อยากป่วย ถึงแม้จะเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาก็ตาม
รักษาคนอื่นแล้ว สงสัยต้องกลับมาดูแลตัวเองบ้างแล้วเรา

ความเห็น (7)

เรื่องที่เก่ากว่า