Archive for เมษายน, 2009

ขอบคุณความเหงาที่ทำให้เรามาเจอกัน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2546
มีบทเพลงเพลงหนึ่ง ที่ทำให้เรารวมถึงใครๆเกิดอาการ “เหงา” ขึ้นมาจับใจ
ทั้งเนื้อหาของเพลง ทั้งเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ ฟังกี่ทีกี่ทีก็เหงา
ครั้นพอเริ่มจะคลายเหงา
ก็เกิดอาการ “คิดถึง” รุมเร้าขึ้นมาซะงั้น

คนสองคนทำให้เรา “เหงา” และ “คิดถึง” ได้ ในคราวเดียวกัน
คนสองคนทำให้เรามีความสุขจากการได้ฟังเพลงของพวกเขา
คนสองคนทำให้เรามีสิ่งรื่นเริงบันเทิงใจ เพื่อผ่อนคลายในยามที่เคร่งเครียดกับการเรียนอันหนักหน่วง
คนสองคนทำให้เราได้เจอบรรยากาศใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ
คนสองคนทำให้เราได้ทำบุญเปิดหมวกร่วมกันในหลายๆครั้ง
คนสองคนทำให้…

เขียนถึงคนสองคน
ในโอกาสครบรอบห้าปีที่เราได้เจอกัน
ยังคงคิดถึงวันเวลาที่ผ่านมา…เสมอ
.
.
.
.

ว่าทุกเวลา ที่เราห่างกันแสนไกล ยังมีอีกคำในหัวใจ
ที่จะบอกเธอ ให้เธอได้รู้และเข้าใจ
ว่าคิดถึงเธอ เมื่อเราห่างกันแสนไกล มีคำหนึ่งคำจะพูดไป
ให้เธอได้รู้ จะแทนความหมายความห่วงใย ฉันคิดถึงเธอ

ก็ฉันมีเพียงเธอ…

ความเห็น (5)

De Quervain Disease เล่นงาน !!

ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา
รู้สึกปวดบริเวณข้อมือข้างขวาทางด้านนิ้วหัวแม่มือ
ลองกินยาแก้ปวด NSAIDs มาหลายวันแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย ดูท่าว่าจะปวดมากขึ้นด้วยสิ
สังหรณ์ใจอยู่ว่าน่าจะเป็น De Quervain Disease (เส้นเอ็นนิ้วหัวแม่มืออักเสบ)
แต่ดูจากความเสี่ยงของคนที่จะเป็นโรคนี้ นอกจากอายุของเราที่เข้าได้แล้ว เราก็ไม่ได้ทำงานเป็น “คุณแจ๋ว” เท่าไหร่นิ
อาจจะมีบ้างที่ช่วงที่ผ่านมาถือของหนักมาก หลายๆวันติดกัน
ด้วยความที่ห้องพักอยู่ชั้น 4 ของตึกที่ไม่มีลิฟท์ ต้องอาศัยเดินขึ้น-ลง เท่านั้น
เลยเกิดอาการ “บ้าหอบฟาง” ขนของทุกอย่างให้ได้มากที่สุด
เพื่อจะได้เดินขึ้น-เดินลงรอบเดียว (แค่นี้ก็เล่นเอาเหนื่อยแล้วล่ะ)

ช่วงนี้รู้สึก “ปวด” เพิ่มขึ้น
ปรึกษาน้องหมอออร์โธปิดิค ให้ลองกินยา NSAIDs และพักการใช้งานข้อมือโดยใส่อุปกรณ์ประคองข้อมือไปก่อน
ถ้าไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในเยื่อหุ้มเส้นเอ็นบริเวณตำแหน่งที่เป็น
และถ้ายังไม่ดีขึ้นอีก อาจต้องผ่าตัด
เฮ้อ! เซ็ง ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ได้ผ่าตัดเลย
ช่วงนี้คงเฟดจากการใช้คอมพิวเตอร์ไปสักระยะ
ขอไปดูแลสุขภาพตัวเองก่อน หลังจากดูแลคนอื่นมามากมาย
แล้วเจอกัน…เมื่อวันนั้นมาถึง

ถ้าใครอยากรู้จักกับโรคนี้ ลองแวะไปตามลิ้งค์ข้างล่างละกัน
http://en.wikipedia.org/wiki/DeQuervain’s_syndrome
http://www.rehabmed.or.th/assoc/as_thai/public/quervain.html

ความเห็น (11)

เก็บ-กอบ-มัด-ปัด-เปิด-จับ-หยิบ-ปัก-เริ่ม

ค่อยๆเก็บ
ความทุกข์ทิ้งลงถัง
กอบความหวัง
มัดรวมเป็นกำใหญ่
ปัดความเศร้า
ที่ทับถมให้หมดไป
เปิดหน้าต่าง
รับแดดที่สาดมา
จับความบ้า
ขึ้นเขียงลงมือหั่น
หยิบความฝัน
ใส่กรอบแขวนข้างฝา
ปักความรัก
ลงกระถางริมชายคา
เริ่มต้นใหม่
อย่ารอช้าท้าตัวเอง

กลอนบทที่ชอบมากที่สุดในหนังสือ “หาดขาว ดาวสวย และ กล้วยตาก”
ของพี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง-สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก
ชอบเพราะบางครั้งที่เราท้อๆ อ่านกลอนบทนี้มันก็ทำให้มีกำลังใจขึ้น
บางครั้งก็เป็น “คำโปรย” ในการ์ดรวมถึงโปสการ์ดหลายใบที่เราส่งให้คนพิเศษ
หนังสือเล่มนี้เรามีไว้ในครอบครองมาเป็นเวลาเนิ่นนาน
เพราะชื่นชอบคนคนนี้ ทั้งในฐานะนักเขียน นักแต่งเพลงและนักร้อง
ได้ดูคอนเสิร์ตหลายครั้ง ทั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวและศิลปินกลุ่ม
ได้เจอกันหลายครั้งตามงานหนังสือต่างๆ
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ ด้วยหน้าที่การงานของเรา รวมถึงถิ่นที่อยู่ที่ห่างเมืองกรุงออกมา
ถ้าบอกว่าคำนิยมที่พี่จุ้ยเขียนให้กับนักเขียนบางคน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราตามอ่านหนังสือของคนคนนั้นเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คงไม่ผิด

ไม่ว่าเราจะทุกข์ท้อเพียงใด
ขอเพียงแค่เรามองเห็นคุณค่าในตนเอง
เราจะมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
เราจะมีสมองที่พยายามคิดค้นหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
แต่เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่า
เรี่ยวแรงต่างๆจากทั้งสมองและหัวใจที่จะแก้ไขปัญหานั้นๆมันก็พลอยจะหมดไปด้วย

บางครั้งนอกจากกำลังกายจะต้องเข้มแข็ง
กำลังของใจก็ควรจะเข้มแข็งด้วยเช่นกัน
เพื่อที่สุดท้ายเราจะผ่านพ้นมันไปได้

ปีใหม่ไทยที่จะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ขอให้เย็นกายเย็นใจกันถ้วนหน้า
สิ่งใดๆที่ร้อนอยู่ ณ ตอนนี้ ขอให้มันผ่านพ้นไป…ด้วยดี

ความเห็น (9)

1st Anniversary…365 วันที่ฉันมีเธอ

9 เมษายน 2551

น้องชายนอกไส้สองคนช่วยกันปลุกปั้น
Dekpump’s blog-บล๊อกของคนธรรมดาที่ใจดี ขึ้นมา
นาย – ชายกลาง สำหรับการกระตุ้นแล้วกระตุ้นอีก
โย๊ะ – นายหมูตุ้ย สำหรับการตกแต่งหัวบล็อก(เวอร์ชั่นแรก)ได้สวยงามถูกใจพี่สาวคนนี้จริงๆ
ชื่อ “เด็กปั๊ม” ก็มีจุดกำเนิดมาจากน้องชายอีกคน ^^
คนธรรมดา - ชอบชื่อนี้ เพราะชอบเพลงธรรมดา และชื่อนี้คือนามปากกาที่ใช้ในการเขียนอะไรหนุกๆกับก๊วน
ใจดี - คุณสมบัตินี้มีใครบางคนบอกเอาไว้

วัตถุประสงค์ของการสร้างบล๊อกนี้ขึ้นมา
เพื่อเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการผ่อนคลาย รวมถึงสื่อสารกับเพื่อนๆ (ทั้งเพื่อนใหม่+เพื่อนเก่า)
โดยส่วนตัวไม่ค่อยมีความสามารถในการเขียนเท่าไหร่
แต่ชอบอ่าน และชอบตัวหนังสือของใครหลายๆคน
อ่านเจออะไรแล้วชอบ ก็เอามาเก็บไว้ในพื้นที่ล่องหนแห่งนี้
อืม รวมถึงฟังเพลงอะไรแล้วโดน ก็เอามาเก็บไว้ในพื้นที่แห่งนี้เช่นกัน

หลายๆเอนทรี่ เป็นเรื่องราวที่พร่ำบ่นไปตามอารมณ์+ความรู้สึก ณ ห้วงเวลานั้นๆ (เบื่อ เซ็ง เศร้า อ่อนล้า ฯลฯ)
บางครั้ง การที่เราได้หลบออกมาจากโลกของความเป็นจริงบ้าง มันก็ดีเหมือนกันนิ ว่ามั้ย

1 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก
เวลา 365 วัน
กับเรื่องราว - 8 categories - 67 posts - 294 comments - 8,000 กว่า hits
กับเรื่องราวของคนธรรมดาที่ใจดีคนหนึ่ง
กับตัวหนังสือของคนพิเศษหลายๆคน
กับเพื่อนๆน้องๆที่ผ่านเข้ามาทักทายกัน
คงต้องเอ่ยคำพูดนี้ ที่หลายคนคงคุ้นกันดี

“ขอบคุณนะคะ – ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

:D

ความเห็น (18)

ความห่างใกล้

มีคนมากมายที่เราหลงไหล ชื่นชม โดยที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากัน
ไม่เคยอยู่ใกล้จนได้กลิ่นตัว
ไม่เคยสนิทชิดเชื้อขนาดเห็นเขานั่งเกาสะดือ
หรือเอานิ้วมือล้วงไปแคะขี้มูกในรูจมูก
บางครั้งเราก็ชื่นชมเขาเพราะคำพูดแค่ไม่กี่คำ ตัวหนังสือแค่ไม่กี่ตัว หรือเสียงร้องเพลงแค่ไม่กี่ประโยค

เราชอบตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า
เวลาที่คนเราเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ชิดกัน
ความสัมพันธ์จะแน่นแฟ้นขึ้น หรือจะถอยห่างออกไปกันแน่
เพราะเราคิดมาตลอดว่า เอาเข้าจริงๆแล้ว คนเรามีเรื่องแย่มากกว่าเรื่องดี
และหากเข้ามาใกล้กันสักหน่อยก็จะได้สัมผัสถึงเรื่องแย่ๆ ทั้งหลายที่ว่า
ซึ่งสำหรับบางคนแล้ว มันช่างต่างจากการมองดูอยู่ไกลๆ มากมายนัก

คนบางคน เมื่อได้เข้าไปใกล้ เราก็คิดย้อนกลับไปว่า
ไม่น่าจะเข้าไปรู้จักเลย อยู่ห่างๆก็สวยงามดีอยู่แล้ว
จึงมีคำถามว่า หรืออันที่จริงทุกคนสวยงามในระยะไกลเท่านั้น
เหมือนภาพวาดที่สวยงามชวนฝันที่พอเข้าใกล้แล้วจะเห็นฝีแปรงขยุกขยุย
เหมือนดวงจันทร์นวลผ่องที่ถ้าส่องเข้าไปใกล้ๆก็จะเห็นแต่ผิวขรุขระ
เหมือนดาวเคราะห์สีฟ้าที่พอมาลองอยู่อาศัยจริงๆ ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่โหดร้ายน่ากลัว
แต่ก็ยังดีที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ยังมีคนที่น่าคบหาอยู่เช่นกัน

พอมานั่งคิดๆดู ก็พบความจริงที่ว่า
ยากอยู่เหมือนกันที่คนสองคนจะได้รู้จักกันและคบหากันต่อไปแบบยืดยาว
เพราะไม่ว่าจะคนไหนก็ไม่มีวันจะเหมือนเราและรู้ใจเราไปเสียทั้งหมด
ชีวิตจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินผ่านมา ได้คุยกันไม่กี่ครั้ง แล้วก็ลาจากกันไป

ยิ่งนานวันเราก็ยิ่งพบว่า ทฤษฎีที่ว่า “คนที่เหมือนกันจะดึงดูดกัน” เป็นเรื่องจริง
จากที่เคยไม่รู้จัก อยู่ไกลกันสุดหล้าฟ้าเหลือง(ไกลกว่าฟ้าเขียวหน่อย)
แต่แรงดึงดูดแห่งความเหมือนก็นำพาให้ทั้งคู่มารู้จักกันจนได้
และการรู้จักกันชนิดนี้มักจะสานสัมพันธ์กันยาวยืด
ราวกับหมากฝรั่งที่เคี้ยวจนจืดแล้วเด็กเอามาดึงยืดเล่น

จริงอยู่ที่ว่า เมื่อเราเคลื่อนตัวเข้าใกล้สิ่งที่เคยสวยงาม
สุดท้ายเรามักจะพบกับความจริงบางอย่างที่ไม่งามเหมือนที่คิด ไม่สวยเหมือนตอนอยู่ไกลๆ
แต่ใช่หรือเปล่าว่าสิ่งเหล่านั้นเองคือเสน่ห์ของการรู้จัก
และมีแค่คนที่ “รู้จัก” กันเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้รับรู้

ความรักจึงไม่ใช่การชื่นชมความงามของสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากระยะไกล
แต่มันคือการยอมรับในริ้วรอยและตำหนิแห่งความเป็นจริง ที่มีอยู่ในสิ่งๆนั้นต่างหาก
และระยะทางอันห่างใกล้นั้นเองที่เป็นพื้นที่ว่างๆให้รักก่อตัวขึ้น
ความชื่นชมจากระยะไกลเป็นเพียงความหลงและคิดฝันวาดภาพไปเองเท่านั้น

ในจำนวนคนมากมายที่เดินสวนกันไปมาบนโลกใบนี้
มีเพียงไม่กี่คนที่เราจะได้เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ และรู้จักให้มากขึ้น
เมื่อได้รู้จักกันแล้ว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เราจะรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักกับเขา

เนื้อหาบางส่วนที่ชอบ จากบทที่ 33-ยินดีที่ได้รู้จัก หนังสือระยะทางอันห่างใกล้ (นิ้วกลม-พิมปาย)
ซึ่งเป็นบทที่ชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้
ทำให้มานั่งนึกถึง…ความสัมพันธ์ ความผูกพัน กับผู้คนที่เรารู้จัก(ทั้งในระยะใกล้และระยะไกลๆ)

ความเห็น (6)

ความรัก

ใช่-เราว่า ความรักเป็นเรื่องชั่วคราว
หมายถึงรักของหนุ่มสาวและวัยรุ่น

เราว่า ความรัก (ณ ที่นี้)
คือ ความรู้สึกและอารมณ์โรแมนติก
เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วรุนแรงภายในเวลาไม่นานนัก (หนึ่งปีนี่ถือว่าเก่งมากแล้ว)
และจะค่อยๆจางหายไปกระทั่งหมดลง
อาจเหลือนองอยู่เจิ่งๆนิดๆ เหมือนพื้นถนนหลังฝนตก
แต่สุดท้ายถนนก็จะแห้งสนิท
หลังจากนั้นมันก็จะแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นที่-ถ้าไม่แข็งแรง ก็อ่อนแอลง

ความรักที่คงอยู่ตลอดไป (หมายถึงอยู่ในใจของใครสักคน)
มักจะเป็น “รักที่ผิดหวัง” หรือมีอันต้องจบลงก่อนเวลาอันควร
(การตายจากกันไปก็เป็นหนึ่งในประเภทนี้)
หรือต้องจบลงด้วยเหตุผลอันยากจะยอมรับ
รักที่แยกจากกันแบบนี้มักจะยังคงอยู่ในใจเสมอ

“ความรักที่ผิดหวัง” ยังครอบคลุมไปถึงรักประเภท
เรายังรักเขาแต่เขาดันไม่รักเราเสียแล้ว เขาจากไปแล้ว
แต่ภาพดีๆทั้งหลายในอดีตยังฝังแน่นราวกับทาติดไว้ด้วยกาวตราช้าง
รักก็เลยยังติดอยู่ด้วย แกะไม่ออก เพราะไม่มีคนช่วยแกะ !
รักแบบนี้มักจะเป็นรักนิรันดร์ เพราะดันไปคิดเองว่ามันยังไม่จบลง
แต่อันที่จริงมันจบไปแล้ว มีอันเป็นไปในแบบที่มันต้องเป็น
มีแต่ในใจของใครคนนั้นเองที่ยังไม่ยอมจบ รักจึงยังดำเนินต่อไป

ไอ้ที่พูดๆ มาดูเหมือนจะเก่ง แต่เจอเองก็เศร้า บอกไปก็เชย
ใครก็เคยเศร้ากับความรักกันมาแล้วทั้งนั้น
“รักตลอดกาล” จึงมีอยู่ด้วยกันสี่ที่
หนึ่ง, เพลง
สอง, นวนิยาย
สาม, หนังหรือละครโรแมนติก
และ สี่, ในใจของคนที่ไม่ยอมจบ

จะว่าไป “รัก” ก็เป็นเพียงชื่อเรียกขาน
พูดออกมาก็ใช่จะหมายความว่าอย่างนั้นเสมอไป
ความรักจริงๆ มักจะไม่ค่อยส่งเสียงและแสดงตัวออกมาทางคำพูดหรือตัวหนังสือ (ร.เรือ ไม้หันอากาศ ก.ไก่)
แต่มันส่งออกมาจากการกระทำแบบไม่ชั่วคราว ต่อเนื่องราวกับแม่น้ำที่ไม่มีวันแห้งเหือด

เนื้อหาบางส่วนที่ชอบ จากบทที่ 19 – รักเป็นเรื่องชั่วคราว (temporary)  หนังสือระยะทางอันห่างใกล้ (นิ้วกลม-พิมปาย)

ความเห็น (1)

ความสัมพันธ์

เราชอบเขียนคำว่า “ความสัมพันธ์” เราว่ามันสวยดี
เรามักหลีกเลี่ยงที่จะเขียนคำว่า “ผูกพัน”
เพราะเราไม่ค่อยชอบคำสองคำนั้นที่ประกอบกันขึ้นมา
มันดูไร้ซึ่งอิสระ เหมือนถูกมัดเข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่เต็มใจ
ผูก+พัน

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สวยงาม
ยิ่งเวลาที่เรารู้สึก “สัมพันธ์” กับอะไรสักอย่าง หรือใครสักคน
มันเป็นความรู้สึกระดับลึก ไม่ใช่แค่ผิวเผิน
ความสัมพันธ์ช่วยสะกิดบอกกับเราว่า
เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้

ไม่ใช่ทุกสิ่ง ไม่ใช่ทุกคนหรอก ที่เราจะรู้สึก “สัมพันธ์” ด้วย
ความสวยงามของความสัมพันธ์คือ
การที่สองชีวิตได้มาซ้อนทับอยู่ในชีวิตของกันและกันบ้างในบางเวลา
แบ่งปันสิ่งดีๆให้กันตามโอกาสจะอำนวย
โดยที่ยังมีชีวิตอิสระเสรีตามที่เคยเป็นไม่จำเป็นต้อง ‘ผูก’ หรือ ‘พัน’ กันไว้
สวยงามดีที่ได้รู้จักกัน

เนื้อหาบางส่วนที่ชอบ จากบทที่ 9 – นก  หนังสือระยะทางอันห่างใกล้ (นิ้วกลม-พิมปาย)

ความเห็น (1)