ยังจำครั้งแรกที่เราเขียนจดหมายกันได้มั้ยเอ่ย ?
สำหรับเรา คงเป็นช่วงวัยประถมศึกษาที่มีสอนการเขียนจดหมาย
ในตอนนั้นยังไม่รู้สึกอินกับการเขียนจดหมาย
เนื่องด้วยวัยและประสบการณ์ชีวิตอันน้อยนิดของเรา
ช่วงเวลาที่อินกับการเขียนจดหมาย และน่าจะมีส่วนทำให้มีนิสัยชอบเขียนจดหมาย โปสการ์ด รวมถึงอีเมล์
น่าจะเป็นช่วงเรียนมหาวิทยาลัย
ใครคนหนึ่งนอกจากติดต่อกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งคราวแล้ว
เรายังติดต่อกันผ่านทาง “การเดินทางโดยสารแสตมป์” เป็นระยะๆ
เป็นช่วงชีวิตที่เราเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองมากที่สุด
จดหมายหลายสิบฉบับที่ได้รับในช่วงเวลาหลายปี เรายังเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี(นะเธอ)
หยิบมาอ่านอีกที ดูเหมือนว่าอารมณ์ของตัวอักษรเป็นสีชมพูๆ
แต่สำหรับเรามันคงไม่ใช่สีนั้น
ส่วนอารมณ์สีชมพูๆของเราน่าจะเกิดขึ้นกับใครอีกคน
คนที่เราส่งตัวอักษรหวัดแกมบรรจงไปให้ ในวันที่เราต้องไกลห่างกัน
ถึงวันนี้อารมณ์สีชมพูนั้น ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกดีดีที่เพื่อนคนหนึ่งมีให้กับเพื่อนคนหนึ่ง…ตลอดไป
เขียนจดหมายตอบโต้กับคนอื่นๆมากมาย
เสียดายเหลือเกินที่มีจดหมายเพียงไม่กี่ฉบับที่ผ่านสายตาของ “คนที่บ้าน”
อาจเพราะขัดเขิน อาจเพราะไม่รู้จะขึ้นต้นจดหมายนั้นว่าอย่างไร
แล้วเราก็ตัดสินใจใช้ประโยคตามที่ได้ร่ำเรียนมาว่า “กราบเท้า…ที่เคารพ”
ยังจำความรู้สึกในวันที่เขียนจดหมายเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
ความรู้สึกของนิสิตที่อยู่ไกลบ้าน เคร่งเครียดกับการเรียน ท้อแท้และอ่อนล้า
ในวันที่เรารู้สึกอ่อนแอ เรามักจะคิดถึง “คนที่บ้าน” เสมอ
สำหรับจดหมายอิเลคโทรนิคส์ เพิ่งได้มาเขียน(พิมพ์)มากๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เป็นการโต้ตอบจดหมายกับพี่ชายที่เป็นคุณครูของเราด้วย
เราพูดคุยกันหลายเรื่อง เราให้กำลังใจกัน รับฟังปัญหาของกันและกัน
อ้อ บางทีเราก็ทำให้อีกฝ่ายคลายเหงาด้วยนิ ^^
ในส่วนของโปสการ์ดและการ์ดอวยพรตามวาระต่างๆ เราก็เขียนเป็นจำนวนไม่น้อยเลย
และคอนเสปในการเขียนมักจะมี “คำโปรย”
ที่มาจากตัวหนังสือที่เราชื่นชอบ อยู่บนกระดาษแผ่นน้อยเกือบทุกใบ
ก่อนที่จะบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ต้องการสื่อให้คนปลายทางรับรู้
แม้ไม่ได้ออกเดินทางไปที่ใด เราก็ส่งโปสการ์ดเหล่านั้นให้กับคนที่เรารู้สึกดีดีอยู่เสมอ
ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ เลือกแค่ “ตามใจฉัน” เท่านั้นเอง
จดหมายทุกฉบับ โปสการ์ดทุกใบ ได้ “ใส่ใจ” ของเราลงไปในนั้นด้วย
หวังว่าผู้รับจะรับรู้ได้…จริงมั้ยจ๊ะ ![]()
และแอบหวังเอาไว้เล็กๆว่า เจ้ากระดาษพวกนั้น รวมถึงตัวอักษรที่อยู่ในกล่องรับข้อความ จะถูกเก็บรักษาเอาไว้
เหมือนที่เราเก็บรักษาจดหมาย โปสการ์ด และอีเมล์ทุกฉบับเอาไว้เป็นอย่างดี
อยู่ใน “กล่องเก็บความทรงจำ” ของเราเอง
…
เอนทรี่นี้เกิดขึ้นเมื่ออ่านหนังสือ “ระยะทางอันห่างใกล้” มาถึงบทที่ 5 – เรากำลังคุยกับใครอยู่
ยิ่งอ่านผ่านไปหลายบท ก็เริ่มรู้สึกอินมากขึ้น
ถึงตอนนี้อ่านจบเรียบร้อยแล้ว
กำลังหานิยามให้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ยังนึกไม่ออกเลย
มีหลายคำพูด หลายประโยคในหนังสือที่ทำให้เรา “รู้สึก”
ที่แน่ๆเลย ตอนนี้เรารู้สึก “อยากเขียนจดหมาย” ด้วยลายมือหวัดแกมบรรจง
อีกสักครั้ง !!
