Archive for ธันวาคม, 2008

ก่อนที่หน้าสุดท้ายของปฏิทินจะมาถึง..

The Choice is Yours

เมื่อหน้าสุดท้ายของปฏิทินในแต่ละปีกำลังจะมาถึง

ก็เหมือนกับเป็นประเพณีนิยมไปแล้ว

ที่ใครต่อใครมักอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวนี้

ในการพิจารณาชีวิตของตัวเอง

 

แน่นอนว่า สิ่งที่ผ่านมานั้น

คงไม่มีใครสามารถกลับไปแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงอะไรๆได้อีก

ที่เราทำได้ก็คือเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาด

แล้วสกัดวัคซีนที่ได้นั้น ให้เป็น ภูมิคุ้มกัน กับชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า

 

สำหรับปีที่ผ่านมา

 

บางคนอาจเรียนรู้แล้วว่า

ชีวิต ก็เหมือนกับการเป็นเด็กนักเรียน

แม้เราจะถูกควบคุมด้วยเวลา ถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบ

แต่นักเรียนก็ควรต้องมี การปิดเทอม เป็นสิ่งทดแทน

เหมือนกับเมื่อวานนี้ของเรา

ที่เคยถูกคำว่า งาน แย่งพื้นที่ กลืนชีวิตไปทั้งหมด

วันนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราจะเอาพื้นที่บางส่วนนั้นกลับคืนมา

โดยตัดงานบางส่วนที่ ฝืนพลังตัวเอง มากเกินจำเป็น

ออกไปจากชีวิตบ้าง

 

บางคนที่กำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่

วันนี้- -ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปล่อยให้เวลามากลั่นแกล้งเราอีกต่อไป

สิ่งที่ควรทำ อาจคือการเปิดใจยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า

ของมีค่านั้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะได้มันมาง่ายๆ

ในขณะที่คนที่ไม่ได้ทุ่มเทมากพอ

ก็ไม่สมควรจะได้รับของมีค่านั้นเช่นเดียวกัน

หากเราเชื่ออย่างนั้นหลังจากได้ทำเต็มที่แล้วในส่วนของตัวเอง

เราอาจจะมองเห็นมิติใหม่ของการรอคอย

ที่เปลี่ยนจากความน่าเบื่อให้กลายเป็นความน่าตื่นเต้นขึ้นมาแทนกันก็ได้

และที่สำคัญจะไม่รู้สึกทรมานกับมันเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป

 

และกับบางคนที่อาจพบกับช่วงเวลาของการสูญเสีย

ถึงตรงนี้- -เราย่อมจะเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องสูญเปล่าไปทั้งหมด

 

เพราะในเวลาต่อมา เราจะได้เรียนรู้เองว่า

- -ที่คนเราต้องสูญเสียของสำคัญบางอย่างไปนั้น

จริงๆแล้วก็เพื่อจะทำให้ตัวเองได้รู้วิธีที่จะรักษา

ของที่สำคัญมากกว่าเอาไว้

ซึ่งของที่ว่านั้น ก็คือ ความเข้มแข็งภายในจิตใจของเรา นั่นเอง

 

และเมื่อปีใหม่เดินทางมาถึง

หลายคนหวังเอาไว้ว่าอยากจะทำสิ่งใหม่ๆ

อยากมีเรื่องราวใหม่ๆ

รวมไปถึงอยากมีความรู้สึกใหม่ๆ เกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง

แต่ความเป็นจริงแล้ว

ทุกคนต่างมีทางเดินใหม่ๆ ที่กำลังจะไปในทุกๆวัน

ไม่เกี่ยวกับปีนี้หรือปีหน้า

บางคนอาจเชื่อว่า ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ธรรมชาติขีดเส้นไว้

และมันก็มีเหตุผลที่ทำให้ทุกสถานการณ์ต้องดำเนินไป

แต่สุดท้ายอะไรก็คงเกิดขึ้นไม่ได้

ถ้าไม่มีเราที่เป็นคนเลือกให้ตัวเองเป็น

เลือกให้ตัวเองทำ เลือกให้ตัวเองรู้สึก

ทุกๆตัวเลือกในชีวิต จึงอยู่ในกำมือของเราทั้งสิ้น

 

ถ้าเพียงแต่ หัวใจของเราชัดเจน

รู้ว่าอะไรคือเป้าหมายในการเดินทาง

ต่อจากนั้น

ก็แค่เลือกที่จะทำให้ตัวเองขยับเข้าใกล้

จุดๆ นั้นให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน

 

แค่นี้เท่านั้น- -

เราจะมองเห็นความสุขที่ซ่อนอยู่ในทุกย่างก้าวของชีวิต

 

 

เรื่องราวข้างบน อ่านมาจากหนังสือ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

ของสำนักพิมพ์วงกลม ซึ่งเขียนโดย ปูปรุง

เคยบันทึกไว้ในสเปซของตัวเองเมื่อปีก่อน..ในวาระส่งท้ายปีเก่า 2550 ต้อนรับปีใหม่ 2551

สำหรับปีนี้ ก็ยังอยากใช้เรื่องราวเดิมๆ เพื่อมาย้ำเตือนความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง

 

ก่อนที่หน้าสุดท้ายของปฏิทินปีนี้จะมาถึงในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า

นี่คือบทสรุปเรื่องราวชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาในรอบปีนี้

หลังจากปีก่อนเกิดลมมรสุมพัดผ่านชีวิตน้อยๆของเรา เกือบจะสะบักสะบอม (ทางความรู้สึก)

ปีนี้จึงนับเป็นปีแห่ง ฟ้าหลังฝน ของตัวเอง

 

 อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกตาง

  เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราเข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ

 

ประโยคคลาสสิคของเพลง ฤดูที่แตกต่าง ที่เถียงไม่ออกจริงๆ

โดยเฉพาะกับคนที่ผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นมาแล้ว

ถึงวันนี้ท้องฟ้าของเรากลับมาสดใสเหมือนเดิมแล้วล่ะ

 

ปีนี้มีเรื่องราวดีดีเกิดขึ้นมากมาย

 

เริ่มจากความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน – ทำซีแปดสำเร็จไปได้ด้วยดี

ได้ปรับขึ้นเงินเดือน แว่วว่าอาจจะปรับค่าโอทีเพิ่มขึ้นในปีหน้า

ทุกวันนี้โชคดีมากๆที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก และได้ช่วยเหลือผู้คน(มากมาย)

 

นอกจากนี้ยังทำโปรเจคความรู้สึกของฉันฯ ร่วมกับเพื่อนพ้องน้องรักทั้งหลาย

ได้ออกมาประทับใจกันถ้วนหน้า และแอบมีคนซาบซึ้งกับมัน อืม..แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้วล่ะ ^^

 

สิ่งดีดีที่เกิดขึ้น ยังมีเรื่องราวของมิตรภาพที่เรียกว่า – เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ

อยากขอบคุณผู้คนเหล่านั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มาทำให้คนธรรมดาหนึ่งคนรู้สึกดีดี

ในแต่ละวันมีคนที่เรานึกถึง และเชื่อว่าน่าจะมีบางคนนึกถึงเราเช่นกัน

บางคนทำให้เราหายเหงา บางคนทำให้เราได้ยิ้ม+หัวเราะ บางคนทำให้เราหมั่นไส้เล็กๆ ^^

บางคนทำให้รู้สึกว่าใจเราส่งถึงกัน แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆกัน ฯลฯ

 

กับคนในครอบครัวเล็กๆของเรา แม้จะเหลือกันแค่สามพี่น้อง และหลานชายตัวอ้วนกลม

แต่เรายังรักใคร่กลมเกลียวกันดี ออกจะมากกว่าหลายปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ เพราะเราได้ร่วมฝ่ามรสุมชีวิตไปด้วยกัน แล้วสุดท้ายมันก็ผ่านพ้นไป..จริงๆ

 

ยังมีเหตุการณ์โชคดีปนขำๆด้วย อยู่ดีๆก็ถูกลอตเตอรี่ แม้รางวัลไม่มากมาย

แต่ความน่าจะเป็นที่จะถูกน้อยมากๆ เพราะเป็นคนที่ซื้อลอตเตอรี่นับครั้งได้ และไม่มีดวงทางด้านนี้เลย ^^

 

สิ่งที่ดูเหมือนจะขาดหายไปในปีนี้

 

ที่แน่ๆเลย คือ การเดินทาง+ท่องเที่ยว

ณ เวลานี้ยังหวังเอาไว้ลึกๆว่าก่อนพ้นหน้าหนาวนี้ ขอขึ้นไปสูดอากาศแถวๆภาคเหนืออีกสักที

ส่วนเรื่องอื่นก็คือขาดการดูแลสุขภาพของตัวเองเท่าที่ควร

เป็นปีที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย แถมยังหม่ำกาแฟหวานเย็นเกือบทุกวัน

เวลานี้ตัดใจไม่หม่ำมาได้สามวันละ หวังใจว่าจะตัดใจได้จริงๆ

ส่วนเรื่องออกกำลังกาย คงต้องเข็นตัวเองให้มากกว่านี้

ตั้งเป้าไว้ว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการออกกำลังกาย รวมถึงออกกำลังใจด้วย

 

** สรุปโดยรวมแล้ว ถือว่าปีนี้เป็นอีกปีที่เราพอใจ

 

ความเห็น (2)

ท้องฟ้าเปื้อนฝน-ต้นไม้ผลัดใบ-เมืองใต้ดิน

วันนี้ได้รับกระดาษแผ่นน้อย

ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไกล

สีสันของภาพ รวมถึงเรื่องราวที่บอกกล่าวกันมา

บอกให้รู้ว่า คนส่งมีความสุข และรู้สึกสบายดี

เช่นเดียวกับผู้รับ ที่รับเอาความสุขมาไว้เต็มๆเช่นกัน ^^

 

scan00033

ความเห็น (3)

อีกหนึ่งไอดอล

เขาคือคนที่อายุมากกว่าเราสิบปี
เขาชอบเรียนวิชาเลขมากกว่าศิลปะ
เขาสนใจข่าวสารบ้านเมืองมาตั้งแต่อายุเก้าขวบ
เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
เขาชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยประถม ทีมโปรดของเขาคือ “นิวคาสเซิล”
สิ่งที่สร้างความรื่นรมย์ให้เขานอกจากการดูฟุตบอลก็คือการฟังเพลง
วงดนตรีโปรดของเขาคือ  The Eagle และ Oasis เป็นต้น
เขาชอบเที่ยวทะเลมากกว่าภูเขา และยังชอบหม่ำไอติมรสชอคโกแลต
ฯลฯ

****

เขาคนนั้น…
เป็นคนที่เราปลื้มมาตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัยปี 1
เขาคือคนที่เราคอยติดตามผลงานมาเป็นระยะๆ
ขณะนี้ถือว่าเขาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งของบ้านเรา
หวังว่าเขาจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ นำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆไปได้..ด้วยดี
และเป็นหนึ่งในไอดอลของเรา..ตลอดไป

(ข้อมูลบางส่วนของเขานำมาจากหนังสือ..Question Mark ที่มีลายเซ็นงามๆอยู่ในนั้น ^^)

ความเห็น (3)

สุวรรณ..

เขาคือลูกครึ่ง (ไทย-จีน) ที่เกิดมาดูโลกใบนี้ได้เพียง 21 วันก็กำพร้าพ่อจากโรคไข้มาลาเรีย

เขาคือคนที่หุงข้าว+ทำกับข้าว ในขณะที่แม่+พี่สาวออกไปทำงานนอกบ้าน

เขาคือเด็กนักเรียนที่ต้องเดินเท้าไปเรียนด้วยระยะทางหลายกิโลเมตร ตั้งแต่เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา

เมื่อถึงวัยทำงาน เขาบากบั่นพากเพียรจนเลื่อนระดับขึ้นเป็นหัวหน้าในที่สุด

เขาคร่ำเคร่งกับการทำงานจนเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร

ต้องทำการตรวจ Barium Swallowing+กินยา Alum milk จำนวนมากมาย

เขาแต่งงานกับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง มีลูกด้วยกัน 3 คน ลูกสาวคนโต ลูกชายคนกลางและคนสุดท้อง

ในระหว่างที่ลูกทุกคนเติบโตขึ้นตามวัย เขา “ให้” ทุกสิ่งอย่างกับลูกๆทั้งด้านวัตถุ+จิตใจ เท่าที่พ่อคนหนึ่งสามารถให้ได้

ลูกทุกคนอยู่ด้วยความสุขกาย-สบายใจ ภายใต้การเลี้ยงดูของเขาและภรรยา

สิ่งที่เขาสอนลูกๆอยู่เสมอคือ..ให้เป็นคนดีและมีเหตุผล เรียนให้ดีเพื่อมีหน้าที่การงานที่ดี สามารถช่วยเหลือตัวเอง+ผู้อื่นได้ในอนาคต

เมื่ออายุ 56 ปี เขาต้องสูญเสียคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมา 26 ปี ด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี

แม้เขาจะไม่แสดงอาการฟูมฟายใดๆ แต่เขาคงเหงาน่าดู

เพราะลูกสาวคนโตต้องไปทำงานที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอิสาน

ขณะที่อีกไม่กี่ปีถัดมาลูกชายคนเล็กต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยทางภาคตะวันออก

2 ปีหลังจากสูญเสียคู่ชีวิตไป ก็มีข่าวร้ายเกิดขึ้นกับเขาและลูกๆ เมื่อมะเร็งต่อมลูกหมากย่างกรายเข้ามาในชีวิตเขา

และเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง ขณะที่ลูกสาวเป็นแพทย์ แต่ไม่สามารถดูแลเขาได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากอยู่ในช่วงเรียนต่อเฉพาะทาง T_T

เขาต้องทนทรมานกับโรคร้ายนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ปี

อีกเพียง 3 เดือนที่ลูกสาวจะเรียนจบเฉพาะทาง เขาก็จากไปโดยไม่ทันได้เห็นความสำเร็จอีกครั้งของลูกสาว

ส่วนลูกชายคนเล็กกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ปีที่ 2

ถึงวันนี้เขาได้จากโลกใบนี้ไปเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว

มีหลายสิ่งที่เธอ-ผู้หญิงธรรมดาคนนี้ อยากจะบอกกับเขาคนนั้น…

 

** ขอบคุณที่เป็นผู้ให้ชีวิต เป็นคุณครูคนแรกในชีวิต 

** ขอบคุณที่เลี้ยงดูเธอและน้องๆมาเป็นอย่างดียิ่ง

** ขอบคุณความรัก ความอบอุ่น ความเสียสละ ฯลฯ ที่มอบให้มาตลอด โดยไม่ต้องการสิ่งใดๆตอบแทน

** ขอบคุณที่เป็น Hero และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต แม้ตอนนี้จะยังทำได้ไม่ถึงครึ่งที่พ่อทำไว้

** ขอโทษที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างเต็มที่และดีพอ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะดูแลให้เต็มที่กว่านี้ จะบอกรักทุกครั้งที่มีโอกาส

** ถ้าตอนนี้พ่อมองลงมาจากข้างบนโน้น อยากบอกว่าคิดถึงมากมาย ถ้าชาติหน้ามีจริงลูกสาวคนนี้ขอเกิดเป็นลูกของพ่อทุกชาติไป

 

มีบทเพลงที่อยากจะฝากสายลมไปบอกกับพ่อ (ผู้ชายที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ) ของฉัน

แม้วันพ่อแห่งชาติปีนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พ่อจะอยู่ในใจของลูกสาวคนนี้…ตลอดไป

 

-พ่อ -

เมื่อก่อนครั้งฉันเป็นเด็กน้อยคอยแต่คลาน

พ่อหัดตั้งไข่ให้จนฉันเดินเป็น

เตาะแตะก้าวทีละน้อยค่อยๆเข็ญ

จับเกาะพ่อเดินเล่นตามประสาเยาว์วัย

พ่อถอดรองเท้าไว้ให้เห็นตรงนอกชาน

ฉันเจ้าเด็กน้อยลองใส่สวมเดินภูมิใจ

อยากใส่ไว้ให้เหมือนแม้จะหนักยังเดินไหว

พ่อยิ่งใหญ่เหมือนภูเขาเราจะตาม

ย่ำบุกป่าเขาลำเนาไพรไม่ครั่นคร้าม

เด็กน้อยเดินตามอย่างพ่อไม่ท้อเดินตาม

เติบใหญ่ถึงวันนี้พบชีวิตที่ผกผัน

ฉันจึงได้รู้ว่าการเดินไม่ง่ายดั่งใจ

วันที่ถูกทุกข์ทับถมขมขื่นใจสักเพียงไหน

รองเท้าพ่อคู่ใหญ่ยังสอนใจเรา

วันที่ถูกทุกข์ทับถมขมขื่นใจสักเพียงไหน

พ่อยิ่งใหญ่เหมือนภูเขาเราจะตาม

 

- Wind Beneath My Wings -

Oh !! It must have been cold there in my shadow

To never have sunlight on your face

You were content to let me shine, that’s your way

Your always walked a step behind

So I was the one with all the glory

While you were the one with all the strength

A beautiful face without the name, for so long

A beautiful smile to hide the pain

Did you ever know that’s you’re my hero

And everything I would like to be

I can fly higher than an eagle

You are the wind beneath my wings

I might have appeared to go unnoticed

But I’ve got it all here in my heart

I want you to know I know the truely, ’cause I know it

I would be nothing without you

Did you ever know that’s you’re my hero

You’re everything I wish I could be

I could fly higher than an eagle

You are the wind beneath my wings

Did I ever tell you, you’re my hero

You’re everything, everything I wish I could be

Oh I, I can fly higher than an eagle

You are the wind beneath my wings

Oh, wind beneath my wings

You you you you’re the wind beneath my wings

Fly, fly, fly away, you let me fly so high

So high I almost touch the star

Thank you, thank you

Thank God for you, the wind beneath my wings

 

 

 

ความเห็น (5)

ยิ้มให้กับพระจันทร์ ดวงดาว ท้องฟ้า และ ข้อความ..

 image006

 
มองท้องฟ้า (ณ บัดนี้) แล้วดูพระจันทร์ยิ้มซิจ๊ะ…คิดถึงนะ

.

.

เมื่อคืนวานนี้ – 1 ธันวาคม 2551 เกิดปรากฏการณ์ “ เอิร์ธ ชายน์ ”

มองเห็นภาพของดาวคู่ (ดาวพฤหัส-ดาวศุกร์) และ ดวงจันทร์บนท้องฟ้า ดูเหมือนหน้าคนกำลังยิ้ม

เกือบจะพลาดโอกาสดีๆนี้แล้วเชียว ถ้าหากไม่มีคนส่งข่าวมาเตือนกัน

ขอบคุณพี่หนึ่ง + น้องต้อมที่โทรมาแจ้งข่าวในเวลาไล่เลี่ยกัน และก็ได้รับ sms ข้อความข้างบนจากหน่อย – น้องสาวคนสนิท

 

ออกไปยืนมองดูท้องฟ้า จากระเบียงห้องพักชั้น 4

โอ้ !! ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่ารักอะไรเช่นนี้

พระจันทร์ยิ้ม ดวงดาวเหมือนจะส่งสายตาวิบวับมาให้

รู้สึกมีความสุขจนอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มกลับคืนไปให้พระจันทร์ ดวงดาว และท้องฟ้า

ยืนมองท้องฟ้าคนเดียว ยิ้มอยู่คนเดียว มันเหงาๆยังไงไม่รู้สินะ

ก็เลยโทรศัพท์ + ส่งข้อความผ่านสายลมไปให้กับใครหลายๆคนได้มีความสุขจากรอยยิ้มที่แสนพิเศษนี้ด้วยกัน 

จากรอยยิ้มที่มีให้กับพระจันทร์ ดวงดาว และท้องฟ้า ถึงคราวที่ยิ้มให้กับข้อความตอบกลับของหลายๆคนบ้าง

:D

พี่แขกท้องฟ้าที่ภูเก็ตปิดอ่ะ อดเลย :< (น่าสงสารพี่แขกที่พลาดปรากฏการณ์น่ารักๆนี้)

ปอนด์พี่จุ๋มไม่รู้เหรอว่าปอนด์สั่งทำพิเศษเพื่อพี่จุ๋มเลยนะ ดาวสวยเนอะ ^_^ (อ่านแล้วยิ้มเลยล่ะ คนธรรมดาอย่างพี่ขอน้อมรับสิ่งพิเศษนั้นด้วยความเต็มใจยิ่งจ้า ^^)

ไลลา :D ดูแล้วยิ้มๆ ไม่รู้ว่าคนที่…จะเห็นรึเปล่า (น้องลาจ๋า พี่ก็อยากให้พวกเค้าทั้งคู่เห็นเหมือนกัน)

ต้องดูแล้วมีความสุข ลดเครียดได้ (ใช่แล้วเพื่อนรัก หายเครียดชั่วคราวก็ยังดีนะ งั้นเรามายิ้มๆกันเนอะ)

พี่ยงค์ - พระจันทร์ยิ้มเหมือนจะมีความสุข ก็เหมือนใครบางคนที่ได้คุยกับคนที่รู้ใจ…ทำให้มีความสุขไปด้วย (เอ่อ นั่นน่ะไม่ใช่คนที่รู้ใจนะ แต่เป็นคนที่ทำให้สุขใจต่างหาก อิอิ)

พี่ชูHope you are happy like the sky too :D (มีความสุขดีพี่ หวังว่าพี่จะมีความสุขเช่นกัน)

ช้าง - Yes I did (ดีใจด้วยนะเพื่อน ที่ได้เห็นอะไรที่น่ารักๆแบบนั้น ^^) 

ความเห็น (3)