The Choice is Yours
เมื่อหน้าสุดท้ายของปฏิทินในแต่ละปีกำลังจะมาถึง
ก็เหมือนกับเป็นประเพณีนิยมไปแล้ว
ที่ใครต่อใครมักอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวนี้
ในการพิจารณาชีวิตของตัวเอง
…แน่นอนว่า สิ่งที่ผ่านมานั้น
คงไม่มีใครสามารถกลับไปแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงอะไรๆได้อีก
ที่เราทำได้ก็คือ…เรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาด
แล้วสกัดวัคซีนที่ได้นั้น ให้เป็น ‘ภูมิคุ้มกัน‘ กับชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า
สำหรับปีที่ผ่านมา…
บางคนอาจเรียนรู้แล้วว่า
ชีวิต ก็เหมือนกับการเป็นเด็กนักเรียน
แม้เราจะถูกควบคุมด้วยเวลา ถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบ
แต่นักเรียนก็ควรต้องมี ‘การปิดเทอม‘ เป็นสิ่งทดแทน
เหมือนกับเมื่อวานนี้ของเรา
ที่เคยถูกคำว่า งาน แย่งพื้นที่ กลืนชีวิตไปทั้งหมด
วันนี้ ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ที่เราจะเอาพื้นที่บางส่วนนั้นกลับคืนมา
โดยตัดงานบางส่วนที่ ‘ฝืนพลังตัวเอง‘ มากเกินจำเป็น
ออกไปจากชีวิตบ้าง
บางคน…ที่กำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่
วันนี้- -ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปล่อยให้เวลามากลั่นแกล้งเราอีกต่อไป
สิ่งที่ควรทำ อาจคือการเปิดใจยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า
ของมีค่านั้น…ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะได้มันมาง่ายๆ
ในขณะที่คนที่ไม่ได้ทุ่มเทมากพอ
ก็ไม่สมควรจะได้รับของมีค่านั้นเช่นเดียวกัน
หากเราเชื่ออย่างนั้น…หลังจากได้ทำเต็มที่แล้วในส่วนของตัวเอง
เราอาจจะมองเห็นมิติใหม่ของการรอคอย
ที่เปลี่ยนจากความน่าเบื่อให้กลายเป็นความน่าตื่นเต้นขึ้นมาแทนกันก็ได้
และที่สำคัญ…จะไม่รู้สึกทรมานกับมันเหมือนอย่างที่เคยเป็นอีกต่อไป
และกับบางคน…ที่อาจพบกับช่วงเวลาของการสูญเสีย
ถึงตรงนี้- -เราย่อมจะเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องสูญเปล่าไปทั้งหมด
เพราะในเวลาต่อมา เราจะได้เรียนรู้เองว่า
- -ที่คนเราต้องสูญเสียของสำคัญบางอย่างไปนั้น
จริงๆแล้ว…ก็เพื่อจะทำให้ตัวเองได้รู้วิธีที่จะรักษา
‘ของที่สำคัญมากกว่า‘…เอาไว้
ซึ่งของที่ว่านั้น ก็คือ ความเข้มแข็งภายในจิตใจของเรา นั่นเอง
…และเมื่อปีใหม่เดินทางมาถึง
หลายคนหวังเอาไว้ว่า…อยากจะทำสิ่งใหม่ๆ
…อยากมีเรื่องราวใหม่ๆ
รวมไปถึงอยากมีความรู้สึกใหม่ๆ เกิดขึ้นในชีวิตตัวเอง
แต่ความเป็นจริงแล้ว
ทุกคนต่างมีทางเดินใหม่ๆ ที่กำลังจะไปในทุกๆวัน
ไม่เกี่ยวกับปีนี้…หรือปีหน้า
บางคนอาจเชื่อว่า ทุกอย่าง…เป็นสิ่งที่ธรรมชาติขีดเส้นไว้
และมันก็มีเหตุผลที่ทำให้ทุกสถานการณ์ต้องดำเนินไป
แต่สุดท้าย…อะไรก็คงเกิดขึ้นไม่ได้
ถ้าไม่มีเราที่เป็นคนเลือกให้ตัวเองเป็น
เลือกให้ตัวเองทำ เลือกให้ตัวเองรู้สึก
ทุกๆตัวเลือกในชีวิต จึงอยู่ในกำมือของเราทั้งสิ้น
ถ้าเพียงแต่ หัวใจของเราชัดเจน
…รู้ว่าอะไรคือเป้าหมายในการเดินทาง
ต่อจากนั้น…
ก็แค่เลือกที่จะทำให้ตัวเองขยับเข้าใกล้
จุดๆ นั้นให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน
แค่นี้เท่านั้น- -
เราจะมองเห็นความสุข…ที่ซ่อนอยู่ในทุกย่างก้าวของชีวิต
เรื่องราวข้างบน อ่านมาจากหนังสือ “เลือกสิ่งที่ดีที่สุด…ให้ตัวเอง”
ของสำนักพิมพ์วงกลม ซึ่งเขียนโดย “ปูปรุง”
เคยบันทึกไว้ในสเปซของตัวเองเมื่อปีก่อน..ในวาระส่งท้ายปีเก่า 2550 ต้อนรับปีใหม่ 2551
สำหรับปีนี้ ก็ยังอยากใช้เรื่องราวเดิมๆ เพื่อมาย้ำเตือนความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง
ก่อนที่หน้าสุดท้ายของปฏิทินปีนี้จะมาถึงในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า
นี่คือบทสรุปเรื่องราวชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาในรอบปีนี้
หลังจากปีก่อนเกิดลมมรสุมพัดผ่านชีวิตน้อยๆของเรา เกือบจะสะบักสะบอม (ทางความรู้สึก)
ปีนี้จึงนับเป็นปีแห่ง “ฟ้าหลังฝน” ของตัวเอง
“อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกตาง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราเข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ”
ประโยคคลาสสิคของเพลง “ฤดูที่แตกต่าง” ที่เถียงไม่ออกจริงๆ
โดยเฉพาะกับคนที่ผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นมาแล้ว
ถึงวันนี้ท้องฟ้าของเรากลับมาสดใสเหมือนเดิมแล้วล่ะ
ปีนี้มีเรื่องราวดีดีเกิดขึ้นมากมาย…
เริ่มจากความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน – ทำซีแปดสำเร็จไปได้ด้วยดี
ได้ปรับขึ้นเงินเดือน แว่วว่าอาจจะปรับค่าโอทีเพิ่มขึ้นในปีหน้า
ทุกวันนี้โชคดีมากๆที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก และได้ช่วยเหลือผู้คน(มากมาย)
นอกจากนี้ยังทำโปรเจค…ความรู้สึกของฉันฯ ร่วมกับเพื่อนพ้องน้องรักทั้งหลาย
ได้ออกมาประทับใจกันถ้วนหน้า และแอบมีคนซาบซึ้งกับมัน อืม..แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้วล่ะ ^^
สิ่งดีดีที่เกิดขึ้น ยังมีเรื่องราวของมิตรภาพที่เรียกว่า – เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
อยากขอบคุณผู้คนเหล่านั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มาทำให้คนธรรมดาหนึ่งคนรู้สึกดีดี
ในแต่ละวันมีคนที่เรานึกถึง และเชื่อว่าน่าจะมีบางคนนึกถึงเราเช่นกัน
บางคนทำให้เราหายเหงา บางคนทำให้เราได้ยิ้ม+หัวเราะ บางคนทำให้เราหมั่นไส้เล็กๆ ^^
บางคนทำให้รู้สึกว่าใจเราส่งถึงกัน แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆกัน ฯลฯ
กับคนในครอบครัวเล็กๆของเรา แม้จะเหลือกันแค่สามพี่น้อง และหลานชายตัวอ้วนกลม
แต่เรายังรักใคร่กลมเกลียวกันดี ออกจะมากกว่าหลายปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ เพราะเราได้ร่วมฝ่ามรสุมชีวิตไปด้วยกัน – แล้วสุดท้ายมันก็ผ่านพ้นไป..จริงๆ
ยังมีเหตุการณ์โชคดีปนขำๆด้วย อยู่ดีๆก็ถูกลอตเตอรี่ แม้รางวัลไม่มากมาย
แต่ความน่าจะเป็นที่จะถูกน้อยมากๆ เพราะเป็นคนที่ซื้อลอตเตอรี่นับครั้งได้ และไม่มีดวงทางด้านนี้เลย ^^
สิ่งที่ดูเหมือนจะขาดหายไปในปีนี้…
ที่แน่ๆเลย คือ การเดินทาง+ท่องเที่ยว
ณ เวลานี้ยังหวังเอาไว้ลึกๆว่าก่อนพ้นหน้าหนาวนี้ ขอขึ้นไปสูดอากาศแถวๆภาคเหนืออีกสักที
ส่วนเรื่องอื่นก็คือ…ขาดการดูแลสุขภาพของตัวเองเท่าที่ควร
เป็นปีที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย แถมยังหม่ำกาแฟหวานเย็นเกือบทุกวัน
เวลานี้ตัดใจไม่หม่ำมาได้สามวันละ หวังใจว่าจะตัดใจได้จริงๆ
ส่วนเรื่องออกกำลังกาย คงต้องเข็นตัวเองให้มากกว่านี้
ตั้งเป้าไว้ว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการออกกำลังกาย รวมถึงออกกำลังใจด้วย
** สรุปโดยรวมแล้ว ถือว่าปีนี้เป็น…อีกปีที่เราพอใจ

