Archive for กรกฎาคม, 2008

แม่ไม่ได้สอน

> เพื่อน ๆ บอกผมว่าทำไมมึงดูหน้าตาไม่ค่อยฉลาด แต่เรียนเก่งจังวะ…
> ผมบอกเพื่อนผมว่าแม่กูสอน ให้ขยันแล้วก็ตั้งใจเรียน…

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมพอมึงมีตังค์ มึงชอบเอาไป ทำบุญ แจกเด็ก เลี้ยงพระวะ..
> ผมบอกเพื่อนผมว่าแม่กูสอน ให้รู้จักแบ่งปันคนอื่น ถึงเราจะมีตังค์น้อย แต่ก็มีคนอื่นที่เขาลำบากกว่าเรา..

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมมึงชอบเล่นกีฬา เล่นเป็นหลายอย่าง แล้วไม่เคยเห็นมึงป่วยนอนโรงพยาบาลเลยวะ..
> ผมบอกเพื่อนผมว่าแม่กูสอน ให้กูออกกำลังกาย จะได้แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วยง่าย ๆ
เพราะเรามีตังค์น้อย เจ็บป่วยจะลำบาก..

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมมึงอารมณ์ดี ไม่เครียด ไม่โกรธใครบ้างเลยหรือไงวะ..
> ผมบอกเพื่อนผมว่าแม่กูสอน ให้เป็นคนอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ใกล้เรามีความสุข
    แล้วจะสบายใจ กันทุกคน..

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมมึงพูดกับคนอื่น ดูสุภาพ อ่อนน้อม ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นลุงแก่ ๆ เป็น  เด็กเสิร์ฟอาหาร หรือแม้แต่ขอทานที่มึงให้เศษตังค์แล้วเขาอวยพรให้มึง ทำไมมึงต้องขอบคุณขอทานวะ..
> ผมบอกเพื่อนผมว่าแม่กูสอน ให้พูดดี ๆ กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราพูดดี ๆ กับเขา เขาก็จะได้พูดดี ๆ กับเรา..

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมพี่ ๆ น้อง ๆ มึงตั้งหลายคน ทำไมรักใคร่กันดี ไม่เคยทะเลาะกันเลยวะ..
> ผมบอกเพื่อนผมว่าแม่กูสอน ให้พี่น้องรักกันทุกคน เพราะหมากับแมวที่อยู่บ้านเดียวกันมันยังรักกันได้ ทำไมพี่น้องกัน จะรักกันไม่ได้..

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมมึงถึงรักชาติ รักแผ่นดิน รักในหลวง มากมายนักวะ..
> ผมบอกเพื่อนว่าแม่กูสอน ให้กูสำนึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน บุญคุณของพระมหากษัติรย์ทุกพระองค์ แม่กูสอนให้กูรู้จักคำว่า จงรักภักดี ตั้งแต่กูยังไม่รู้ความหมายจนทุกวันนี้กูรู้แล้วว่า คำว่า จงรักภักดีนั้น ยิ่งใหญ่เพียงใด..

> เพื่อน ๆ ผมบอกว่า ทำไมแม่มึงถึงสอนอะไรมึงมากมายจังเลยวะ..
> ผมบอกเพื่อนว่าที่กูเป็นกูอยู่จนทุกวันนี้ ก็เพราะ แม่กูสอนแม่กูสอนอะไรกูทำตามแม่กูสอนทุกอย่าง…

> มีอยู่อย่าง เดียวที่แม่กูไม่ได้สอน แต่กูทำ แล้วกูทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว
  แม่กูไม่ได้สอนให้รักแม่ แต่……กูรักแม่ว่ะ… > > > > > > > > >

 

 

Forward mail จากน้องชายสุดที่รัก อ่านแล้วรู้สึกดี+คิดถึง คำแม่สอน

บรรทัดสุดท้ายคือประโยคที่เราอยากจะบอกผู้หญิงที่อยู่ข้างบนโน้นแล้ว

ส่วนใครที่ยังมีผู้หญิงคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตอยู่ใกล้ตัวใกล้ใจ

รักษาเค้าไว้ให้ดีดี รักเค้าให้เท่ากับที่เค้ารักเรานะ

 

ความเห็น (14)

ถ้อยคำของคนโปรด

“จงเชื่อมั่นว่าชีวิตมีค่าควรแก่การดำรงอยู่ แล้วความเชื่อจะช่วยให้มันเป็นจริงตามนั้น”

“หนังสือเป็นเครื่องมือเดินทางที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์”

“สิ่งที่สวยงามเกิดขึ้นทุกวัน สำคัญที่เราได้หันไปมอง”

“พฤติกรรมกำหนดชะตากรรม”

“งานกับเล่นเป็นสิ่งเดียวกัน”

“ความคิดสร้างสรรค์ทุกชิ้นเกิดขึ้นต่อจากความคิดสร้างสรรค์อันเดิม”

“คนเราไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าไม่เปลี่ยนทัศนคติก่อน”

“ผมชอบโลกที่มีมุทิตาจิต คือโลกที่ชื่นชมคนอื่นอย่าชื่นชมตัวเองอย่างเดียว มันทำให้โลกเบา”

“มนุษย์ถูกสั่งให้เกิดมาแล้วคิดตลอดว่า พรุ่งนี้ต้องไม่เหมือนวันนี้”

“ผมคิดเรื่องการกลับมาเกิดใหม่แล้วมันจรรโลงชีวิต ความคิดนี้ศรัทธานี้ มันอุ้มชูชีวิตของเราได้”

“ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการได้เป็นอะไรเท่ากับการได้ทำอะไร อย่าไปฝันว่าอยากเป็นอะไรกัน คุณต้องอยากทำอะไรก่อน แล้วมันจะเป็นเอง”

ถ้อยคำคมคมของพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ จากหนังสืออะเดย์เล่ม 95 ที่ว่าด้วยเรื่อง “คุยกับประภาส”

เล่มนี้ตั้งใจซื้อมาตั้งแต่ทราบข่าวว่าจะมีเรื่องราวของพี่จิก-ไอดอลคนสำคัญลงในอะเดย์

พี่จิกเป็นคนที่ทำให้เราหันมาอ่านหนังสืออื่นอื่นนอกเหนือจากตำราเรียน

เป็นคนเบื้องหลังคนสำคัญรวมถึงเป็นคนแต่งเพลงให้กับวงเฉลียง-หนึ่งในศิลปินที่เราโปรดปราน

นอกจากนี้ยังแต่งเพลงดังดังให้กับศิลปินคนอื่นอื่นอีกมากมาย

ซึ่งเพลงหนึ่งที่ตัวเราชอบมากก็คือเพลง “เพราะอะไร” ในอะเดย์เล่มนี้ได้บอกเล่าถึงที่มาของเพลงนี้เอาไว้ด้วย..น่ารักดี

ถ้าใครที่ชื่นชอบชื่นชมพี่จิก ประภาส ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้

อ้อ มีแถมซีดีเพลงที่แต่งโดยพี่จิกแต่นำมาเรียบเรียงและขับร้องใหม่ทั้งหมด 5 เพลง คุ้มคุ้ม

ชอบเพลง-เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ-เวอร์ชั่นสครับบ ฟังแล้วได้อีกอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม^^

ความเห็น (2)

นึกถึงเธอ

เธอจะรักใครนั้นฉันไม่ว่า

แต่ขออย่ารักเขาให้เท่าฉัน

ดวงตาเธอมองใครไม่สำคัญ

ดวงใจเธอมีฉันเท่านั้นพอ

บทกลอนที่จดจำได้ขึ้นใจ มีใครบางคนคงลอกใครมาให้เราอีกที

เป็นอารมณ์ของเด็กวัยมัธยมเปรี้ยวอมหวาน

แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่เมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้ทุกที

นึกถึงกลอนบทนี้ ในวันที่นึกถึง/คิดถึง “เธอ” ที่อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน ^^

ความเห็น (5)

หน้า 333

บางครั้งความทุกข์ของเราก็เกิดจากการที่เราวนเวียนอยู่กับตัวเองมากเกินไป

คิดว่าปัญหาของเรามันใหญ่คับโลก

แต่บางทีถ้าเราเอาเวลาไปคิดถึงคนอื่นบ้าง

ปัญหาที่ว่าอาจจะจางลง

 

ยิ่งใช้เวลากับเพื่อนมาก ก็ยิ่งคิดถึงตัวเองน้อยลง

คนที่มีความทุกข์น้อย อาจเพราะเขาเอาเวลาไปคิดถึงเรื่องความสุขของคนอื่นอยู่

 

ความสุขมักจะวิ่งเข้าหาคนที่ไม่ได้วิ่งเข้าหามัน

มันจะฉวยโอกาสตอนที่คนคนนั้นเผลอเสียมากกว่า

 

จากรอยยิ้มขนาดกว้างของพี่ๆมะขามป้อม

ผมคิดว่าพวกเขาคงมีเวลาคิดวนเวียนเกี่ยวกับปัญหาของตัวเองน้อยเหลือเกิน

เพราะคงเอาเวลาส่วนใหญ่ไปคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรเพื่อคนอื่นบ้าง

เพราะขณะที่เล่าเรื่องราวของปัญหา ใบหน้าของพี่ๆยังเปื้อนยิ้ม

 

 

ข้อความข้างบนเป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจหลังอ่าน หน่อไม้จบลง

เป็นกระดาษหน้าสุดท้ายที่อ่านสำหรับหนังสือเล่มนี้ เพราะอ่านสลับไป-มา (ตามใจฉัน)

เป็นเรื่องราวในส่วนที่นักเขียนโปรด (เอ๋) เขียนเอาไว้

ในหัวข้อ มะขามป้อม : ฝาดแต่หวาน

พอเหลือบลงไปมองตัวเลขหน้าที่มุมขวาล่างของกระดาษ

อืม เลขสวยเสียด้วยสิ ก็เลขตองสาม 333 นั่นเอง ^^

ความเห็น (5)

Bon voyage !!

Hoping that a pot of luck
and happiness awaits you on the

other site of the rainbow…

And wishing with all my heart

that you have a wonderful trip !

Bon Voyage

ในวาระที่ใครบางคนจะออกเดินทางไกล (อีกครั้ง)

ขออวยพรให้ “เดินทางปลอดภัย…ทั้งไปและกลับ”

ได้พักผ่อนเต็มที่

แล้วนำเรื่องราวดีดีมาเล่าสู่กันฟัง…เหมือนเคย ^^

 

 

ความเห็น (5)