16-29 มิถุนายน 2550
ช่วงเวลาเพียงแค่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับชีวิตตัวเอง
เรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจตั้งแต่ขั้นปานกลาง จนถึงขั้นรุนแรงมาก
จะเรียกว่า “เกินใจจะอดทน” คงไม่ผิด
ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสามสิบกว่าปี มีหลายครั้งที่เราสูญเสีย
ที่ถือว่าหนักมากก็คงจะเป็นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งคือ แม่+พ่อ ในระยะเวลาห่างกันแค่ 5 ปี
แม่…ผู้ซึ่งลูกคนนี้มีโอกาสอยู่ด้วยแค่ 25 ปี
ผู้ซึ่งไม่ได้ไปงานรับปริญญาลูกสาว เนื่องจากป่วยมาก ทั้งที่เตรียมตัดชุดไว้แล้ว
ผู้ซึ่งลูกคนนี้ยังตอบแทนพระคุณน้ำนมได้น้อยเหลือเกิน
พ่อ…ผู้ซึ่งลูกคนนี้มีโอกาสอยู่ด้วยแค่ 30 ปี
ผู้ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ แม้ว่าลูกจะยังทำได้ไม่เทียบเท่าที่พ่อทำเอาไว้
ผู้ซึ่งอดทนกับหลายสิ่งหลายอย่าง แม้ว่าจะเจ็บปวดกับโรคร้ายเพียงใด เพียงแค่ให้ลูกทุกคนสุขสบาย พ่อก็ทำอะไรมากมายให้กับพวกเรา ทำยังไงก็คงจะตอบแทนพระคุณพ่อไม่หมด
ขอบคุณที่ชาตินี้เราเกิดมาเป็นพ่อ-แม่-ลูก กัน คิดถึงมากมายโดยเฉพาะวันที่ลูกคนนี้มีหลายเรื่องราวปะเดปะดังเข้ามา
ถ้าเราอยู่พร้อมหน้า ลูกคงอุ่นใจกว่านี้ มองลงมาจากบนฟ้า แล้วเอาใจช่วยลูกคนนี้ด้วยนะ
การสูญเสียในอีกหลายๆครั้ง บางครั้งก็ทำให้เราเกิดอาการ “ซึมเศร้า”
เศร้าใจกับการทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งที่เราเหนื่อยกับหน้าที่นั้นมาก
แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่คุ้มค่ากับการเหน็ดเหนื่อยเอาเสียเลย
นอกจากเราเศร้า คนที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียโดยตรง คงเศร้ามากกว่าเราหลายเท่านัก
หลายครั้งหลายคราวเราก็ได้เรียนรู้จากการสูญเสียนั้นๆ
ขอบคุณนะเด็กตัวน้อยๆ นอกจากเป็นคนไข้ หนูยังเป็นคุณครูให้กับพวกเราด้วย
เสียดายที่วันเวลาของหนูบนโลกใบนี้ มันสั้นเกินไป
การสูญเสียครั้งล่าสุด เล่นเอาเกือบเสียศูนย์ไปเลย
อยากบอกว่า “ไม่ได้ตั้งใจ”
ไม่รู้ว่าโชคชะตากำลังส่งบทลงโทษอะไรลงมา ครั้งนี้เล่นเอาสะบักสะบอม
แม้ร่างกายไม่มีที่ใดบอบช้ำ แต่จิตใจมันกลับตรงกันข้าม
ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะสลัดเอาเรื่องราวนี้ออกจากหัวไปได้
แต่จากเหตุการณ์นี้ ก็ทำให้เรารู้ว่า “เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้”
มีกำลังใจมากมายจากคนรอบข้าง ไม่รู้จะขอบคุณพวกเค้ายังไงดี
ที่ทำให้ในวันนี้ชีวิตมันก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว
และที่สำคัญที่สุดคงต้องขอบคุณ “คนบนนั้น” ที่ยังเมตตา ให้เรามีวันนี้และวันต่อๆไป
…
เรื่องราวข้างบนบันทึกเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายครั้งหนึ่งในชีวิต
- 29 มิถุนายน 2550 - อีกหนึ่งวันที่เราคงจดจำไปอีกนานแสนนาน…
เช่นเดียวกับวันที่ 2 มกราคม 2542 และ 25 มีนาคม 2547
สามวันแห่งการสูญเสีย และเกือบจะทำให้เสียศูนย์
2 มกราคม 2542 หลังปีใหม่หนึ่งวัน เป็นวันที่แม่ได้จากลูกๆไปอย่างสงบ
(ยังนับว่าเป็นโชคดีของลูกสาวคนนี้ ที่ได้อยู่กับแม่จนวาระสุดท้าย อย่างน้อยก็หนึ่งวัน)
25 มีนาคม 2547 หลังวันเกิด18 วัน เป็นวันที่พ่อพ้นจากความทรมานจากโรคร้ายซะที
(เศร้าใจมากมายที่ไม่ได้อยู่กับพ่อจนลมหายใจสุดท้าย แต่ยังดีที่ 12 ชั่วโมงก่อนพ่อจากไปพวกเรายังได้หายใจร่วมกัน)
29 มิถุนายน 2550 วันแห่งการสูญเสียอีกวันหนึ่ง T-T
ใครจะไปรู้ว่าอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงแห่งการรอคอยเพื่อดูคอนเสิร์ตของศิลปินในดวงใจ“เฉลียง” ที่เฝ้ารอมานานด้วยใจจดใจจ่อ
จะเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้นกับชีวิตของตัวเอง โชคดีที่ไม่เสียศูนย์ไปซะก่อน
เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้เรารู้ว่า “ในร้ายมีดีเสมอ” (เหมือนที่เอ๋เคยบอกไว้ในบ้านพักฯ)
วันเวลาที่จิตใจของเรากำลังอ่อนแอเหลือเกิน มีกำลังใจจากคนรอบข้างส่งมาให้กัน
อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่เดียวดายบนโลกกว้างๆใบนี้
ขอบคุณ…เพื่อนทุกคนที่เป็นกำลังของใจในวันที่เรากำลังใจอ่อน
ขอบคุณ…โชคชะตาที่ยังเมตตาให้เราได้ทำประโยชน์ให้กับผู้คนมากมายต่อไป
ขอบคุณ…ตัวเราเองที่เข้มแข็งเพียงพอ จนผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาได้ถึงทุกวันนี้