Archive for พฤษภาคม, 2008

รักคนธรรมดา-ต้อง-อดใจรอ

- รักคนธรรมดา -

 

อาจมีเวลาให้เธอไม่พอเหมือนใคร

อาจดูว่าเราห่างไกลด้วยความจำเป็น

ไม่ได้คอยดูแลทุกเช้าเย็น ไม่ได้เป็นคนรักที่เหมือนใคร

ไม่ได้เจอกันเท่าไร ได้แต่คิดถึง

 

แต่เธอก็ยังตกลงที่จะรักกัน

มั่นใจเลือกคนอย่างฉันไม่หวั่นอะไร

ไม่เคยท้อสักนิดให้เป็นห่วง ไม่เคยหวงใครใครเพราะไว้ใจ

ทั้งที่มีใคร ที่ดีกว่าฉันตั้งมากมาย

 

เหนื่อยหน่อยนะ ที่รักคนธรรมดาอย่างฉัน

เหนื่อยหน่อยนะ ที่ต้องผ่าฝันร่วมทางกันไป

ได้ไหม ช่วยรอหน่อย อดทนอีกนิดนึง

ต้องมีวันใดวันหนึ่ง จะพาเธอไปให้ถึงในวันของเรา

 

อยากทำอะไรมากมายให้เธอชื่นใจ

อยากทำให้เธอสบายไม่เหนื่อยเกินไป

ไม่ต้องเหงาเพราะฉัน ไม่ค่อยอยู่

อยู่กับเธอเวลาทุกข์ร้อนใจ

ไม่ต้องเดียวดาย เผชิญอะไรแค่คนเดียว

 

 

- อดใจรอ

 

ก็ยังคงยืนยันจริงจริง ว่าฉันพยายาม

พยายามจะเป็นให้ใกล้เคียงคนที่เธอนึกฝัน

อยากจะทำดีดีให้ได้ทุกวัน ยังต้องการจะให้เธอภูมิใจ

กับคนที่เธอได้เลือกมาเดินข้างกาย

 

แต่ก็ยังเป็นเพียงคนนึง คนแสนธรรมดา

ที่ยังมีอารมณ์ นิสัยที่มันติดมาไม่หาย

และก็มีบางที แม้ไม่ตั้งใจ

ทำให้เธอต้องเสียความรู้สึก และอีกกี่คราวที่ทำให้เสียใจ

 

อดใจรอไม่นาน อดทนได้ไหม แค่ไม่นาน

ก็อยากจะขอได้ไหม ฉันขอเวลาที่จะทำให้ดี

อดใจรอฉันที จะเป็นคนรักที่ดีให้กัน

ต้องทำให้เธอหายเหนื่อยสักวัน

 

บอกตามตรง ไม่มีวันใดที่ไม่พยายาม

ก็ยังมีบางที ที่ฉันยังเป็นแบบเดิมของฉัน

แต่จะทำให้ดีมากขึ้นทุกวัน แต่ไม่รู้เธอเชื่อฉันหรือเปล่า

ก็อยากยืนยันจริงจริง อีกคราว

 

 

เพลง รักคนธรรมดาขับร้องโดยหนึ่ง ณรงค์วิทย์

ส่วนอีกเพลง อดใจรอขับร้องโดยนิว-จิ๋ว เดอะสตาร์

ฟังเพลงสองเพลงนี้แล้ว ให้อารมณ์ใกล้เคียงกัน

บางครั้งการเป็น คนธรรมดาหรือการเป็นคนรักของ คนธรรมดา

มันก็ไม่ง่ายดายซะเท่าไหร่

เคยถูกตั้งคำถามจากเพื่อนคนหนึ่งว่า

 

ระหว่างคนที่ ดีพอแล้วกับคนที่ พอดีแล้ว

เราจะเลือกใคร ??

 

เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกันแฮะ

ถ้าถามคนธรรมดาอย่างเรา ถ้ามีโอกาสได้เลือก

ก็คงจะเลือก คนที่พอดีแล้วสำหรับเรา

ไม่ต้องดีเกินไป เพราะตัวเราเองบางครั้งใช่ว่าจะดีพอ !!

ความเห็น (4)

ข้างข้างกัน

- ฉันจะยืนข้างเธอ -

 

อ่อนแอมากใช่ไหม เหนื่อยล้าอะไรมากมายนักหรือ

เก็บความทุกข์มากมายมาถือ แล้วเธอก็มายืนร้องไห้

อยากจะร้องก็ร้องออกมา ให้น้ำตาล้างหัวใจ แล้วพร้อมจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

 

ปลอบใจใครไม่เป็นอย่างฉัน ก็ทำได้เพียงเท่านี้

สิ่งที่เธอกังวลวันนี้ จะมีอีกคนร่วมคิดตาม

วันพรุ่งนี้ก็คงจะคลี่คลาย เรื่องร้ายไม่นานก็พ้นผ่าน

อยากให้เข้าใจ ตัวฉันจะคอยอยู่ข้างเธอ

 

ถ้าเธอร้อง ก็จะร้องด้วยคน สิ่งที่เธอทุกข์ทน มีคนอย่างฉันรับฟังเสมอ

โปรดจงรู้ ที่ตรงนี้มีคนที่รักเธอ ตราบใดที่มีฉัน จะไม่ยอมเห็นเธอเดียวดาย

 

อยากมีคำเฉลยเรื่องราวมากมาย ให้เธอได้รู้

สิ่งที่พอจะทำคือ ฉันจะดูแลเธอทุกเวลา

หากว่าเธอไม่มีผู้ใด แค่มองที่เดิมตรงนี้ จะพบใครคนนี้ ที่ยืนอยู่ข้างเธอ

 

ถ้าเธอร้อง ก็จะร้องด้วยคน สิ่งที่เธอทุกข์ทน มีคนอย่างฉันรับฟังเสมอ

โปรดจงรู้ ที่ตรงนี้มีคนที่รักเธอ ตราบใดที่มีฉัน จะไม่ยอมเห็นเธอเดียวดาย

 

ถ้าเธอร้อง ก็จะร้องด้วยคน สิ่งที่เธอทุกข์ทน มีคนอย่างฉันรับฟังเสมอ

โปรดจงรู้ ที่ตรงนี้มีคนที่รักเธอ ตราบใดที่มีฉัน จะไม่ยอมเห็นเธอเดียวดาย

 

 

เพลง ฉันจะยืนข้างเธอ ขับร้องโดย กบ-เสาวนิตย์ นวพันธ์

แต่งคำร้องโดย หมอเอิ้น-พิยะดา หาชัยภูมิ/จรรยา ศรีบุญรัตนชัย

แต่งทำนองโดย หมอเอิ้น-พิยะดา หาชัยภูมิ

เรียบเรียงโดย กรกฏ เมฆยงค์

 

เมื่อปลายปีที่แล้วฟังเพลงนี้กี่ทีกี่ทีก็ อิน

เนื่องจากเป็นช่วงชีวิตที่เรียกได้ว่าเป็น…Life on the rock ของตัวเอง+คนที่เรารัก

รู้สึกอ่อนล้า อ่อนแอ และอ่อนไหวมากมาก

เป็นช่วงที่ ฟูมฟาย อีกช่วงหนึ่งของชีวิต

อยากขอบคุณใครหลายคนที่คอยเป็น กำลังของใจให้ ทำให้เราค่อยๆเข้มแข็งขึ้น

แต่ที่สุดแล้วคนที่จะทำให้เราเข้มแข็ง-แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก

คนคนนั้นก็คือ ตัวของเรานั่นเอง

 

ถึงวันนี้..อยากส่งต่อเพลงนี้ ให้กับ เธอที่กำลังอ่อนล้า+อ่อนแออยู่

ขอให้รู้ไว้ว่า ยังมีคนคอยอยู่ข้างๆ แม้ไม่ได้อยู่ข้างกาย แต่ก็จะคอยอยู่ข้างใจเสมอ

เฝ้ารอวันที่ เธอแข็งแรงขึ้นด้วยความห่วงใย

เพราะวันที่ตัวเราเองอ่อนแอ เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของกำลังของใจนั้น

หายไวไวนะเธอนะ

 

แล้วสุดท้าย มันจะผ่านพ้นไป

ความเห็น (4)

ผ้าห่ม

- กอด -

 

หนาวช่างหนาวจัง ช่างหนาวใจ

อยากมีคนผิงไฟใกล้ๆกัน
มีผู้คนตั้งมากมาย รอบกายของฉัน
แต่ใครคนนั้น อยู่หนใด

 

*หนาวลม ห่มผ้าห่ม ก็พอจะคลายหนาว
แต่ฉันหนาว ที่หัวใจ

 

**อยากมีใครสักคน เคียงข้างในคืนเหน็บหนาว

แตะที่ไหล่เบาๆ ให้พออุ่นใจ

ไม่ต้องมีคำพูดสักคำ แค่กอดฉันไว้

เราจะผ่านคืนนี้ไป ด้วยกัน

 

ไม่มีผ้าห่มใด อุ่นใจเท่าอ้อมกอด

กอดคือผ้าห่มที่มีหัวใจ

 

หนาวลม ห่มผ้าห่ม ก็พอจะคลายหนาว

แต่ฉันหนาว ที่หัวใจ

 

**อยากมีใครสักคน เคียงข้างในคืนเหน็บหนาว

แตะที่ไหล่เบาๆ ให้พออุ่นใจ

ไม่ต้องมีคำพูดสักคำ แค่กอดฉันไว้

บนทางชีวิตที่เดียวดาย

คืนที่เหน็บหนาวใจ ขอแค่ใครสักคน ไว้กอด

 

- เหตุผลในการขอกอด -

 

*กอด ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก

*กอด คือ สิ่งที่ทำให้หัวใจ 2 ดวงอยู่ใกล้กันมากที่สุด

*กอด คือ การเต้นรำในจังหวะเดียวกัน

*กอด คือ การแสดงความเป็นเจ้าของที่น่ารัก

*บางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าเราต้องการกอดมากแค่ไหนจนกว่าจะได้เห็นคนอื่นเค้ากอดกัน

*กอด คือ เสื้อกันหนาวที่มีหัวใจ

*กอด คือ การได้ให้ และ การได้รับพร้อมๆกัน

*เมื่อคุณถูกกอดคุณจะตัวเล็กลง แต่เมื่อคุณกอดคนอื่นคุณจะตัวใหญ่ขึ้น

*กอด ทำให้รู้ว่าเมื่อหัวใจอีกดวงมาเต้นอยู่ที่อกด้านขวาบ้างจะเป็นยังไง

 

 

เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง กอด ขับร้องโดยพี่ปุ๊ อัญชลี

ฟังแล้วเกิดอาการเหนาเหนา (หนาว+เหงา)

และอ่านเจอ..เหตุผลในการขอกอด..ในนิตยสารเล่มหนึ่ง

เป็นเหตุผลที่น่ารักดี ไม่รู้สึกเหนาเหนา

 

ความเห็น (7)

รัก

การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาเพียงแค่นาที

การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง

การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่ววัน

แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

 

เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเหลือเกิน

เวลาที่ใครรักเรา เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน

แต่ถ้าเราเจอคนที่รักกัน เราจะผลัดกันตัวใหญ่ตัวเล็ก

 

การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ

อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา

แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา

 

ความรู้สึกดีดีมีให้คนทั่วไป ความรู้สึกลึกลึกในใจ มีให้เธอคนเดียว

 

การเต้นของหัวใจ มันจะมีความหมายก็ต่อเมื่อ มันได้เต้นเพื่อใครสักคน

 

บางครั้งที่คุณอ้างว้าง บางอารมณ์ที่คุณต้องปวดร้าว

บางคืนที่มีเพียงคุณกับน้ำตา นั่นคือเวลาที่คุณเข้าใจคำว่า…รัก

 

ความรักคือสัญญาณจากฟากฟ้า ว่าคุณดำรงชีวิตอยู่เพื่ออะไรสักอย่าง

คุณอาจเป็นแค่คนหนึ่งบนโลกใบนี้ แต่คุณอาจเป็นโลกทั้งใบสำหรับใครสักคน

 

ความชอบไม่ใช่ความเพ้อฝันหรอกนะ

ต่อให้เป็นคนที่เป็นไปไม่ได้ ก็ยังอยากอยู่ใกล้ๆ

ต่อให้ไม่มีหวัง ก็ยังอยากจะพูดคุยกัน

คนเราน่ะจะมองแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ..เท่านั้นแหละ  

 

 

ข้อความเกี่ยวกับ ความรักที่อ่านเจอตามที่ต่างๆ

ชอบชอบ ก็เลยเอามาเก็บไว้ในพื้นที่ล่องหนแห่งนี้

เผื่อว่าจะมีใครบางคนแวะเข้ามาอ่าน แล้วอาจชอบเหมือนเรา

:D  

 

ความเห็น (1)

หลังประตูบานนั้น

- หลังประตูบานนั้น…ที่ฉันร้องไห้ -

 

เพราะชีวิตอุดมไปด้วยประสบการณ์

ดังนั้นการที่เวลาผ่านไปหนึ่งวัน เราก็ฉลาดขึ้นมาอีกหน่อยนึง

อยากให้เก็บความรู้สึกดีดี เอาไว้ตลอดเวลา

เพราะคน , สัตว์ หรือสิ่งของดีดี ก็ยังมีวันพรากจากกันไปได้

จะเหลือแต่ความรู้สึกดีดีเท่านั้น ที่สถิตอยู่ในใจตลอดกาล

 

ฉันอ่านข้อความของพี่ชายจากแดนไกล มันอยู่ในจดหมายน้อยที่ลอยผ่านอากาศมา เนื่องในวาระ วันที่คนเราแก่ขึ้น อีกปีของฉัน

ฉันอ่านมันซ้ำไปซ้ำมา เนื่องจากข้อความเหล่านั้นทำให้ฉันย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในเดือนเกิดของฉันเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ฉันเคยอ่านคำทำนายดวงชะตาของตัวเองมาบ้าง มีคำทำนายบางส่วนบอกไว้ว่า จะมีเรื่องราวดีดีเกิดขึ้นในเดือนเกิด และที่ผ่านมามันก็เป็นเช่นนั้นทุกๆปี ..รอยยิ้ม..ประทับอยู่บนใบหน้าฉันเสมอ

แต่เมื่อ 3 ปีก่อน มันกลับไม่ใช่

นั่นเป็นปีที่ทำให้ฉันต้องจดจำมันไปตลอดชีวิต ฉันต้อง เปิดประตู เข้าไปพบกับความจริง ประตูที่เคยเปิดมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนหรือแม้กระทั่งทำงานแล้ว แม้ต่างสถานที่ทว่าหลังประตูบานที่เปิดเข้าไปนั้น ภาพที่ปรากฏมันกลับไม่มีอะไรสวยงาม มีแต่ความหดหู่ วังเวง ซึ่งก็เป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เว้นเสียแต่วันนั้น… วันที่ฉันต้องเปิดเข้าไปเพื่อพบกับภาพแห่งความจริง

ภาพของชายสูงวัยนอนสงบนิ่งบนเตียงเหล็กโดยปราศจากลมหายใจ ชายคนที่ฉันรักมากที่สุดในชีวิต ชายที่ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับฉันมาตลอด โดยที่ฉันยังไม่มีโอกาส ให้ คืนกลับไปเทียบเท่าที่ได้มาเลย มันเป็นอีกหนึ่งวันของชีวิตที่ไม่อยากพานพบ ฉันฟูมฟาย เสียใจมากมาย

ฉันอ่านนิตยสาร A day เล่ม 76 คอลัมน์ ของนักเขียนคนโปรด หัวข้อ งานศพ คงไม่แปลกอะไรหากฉันจะมีน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลาที่อ่านเรื่องราวเพียงสองหน้ากระดาษนั้น มันเหมือนถูกคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคกระแทกเข้ากลางใจอย่างแรง เจ็บ…โดยที่มองไม่เห็นบาดแผล โดยเฉพาะช่วงท้ายๆที่นิ้วกลมบอกเอาไว้ว่า ใครที่ร้องไห้ฟูมฟายในงานศพ คนคนนั้นย่อมมีเรื่องดีดีที่ยังไม่ได้ทำให้กับผู้ตายมากนัก มันเป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้า มีหลายคนที่ฉันสามารถยื้อยุดชีวิตของพวกเขาไว้ได้ แต่กับคนใกล้ตัวที่ฉันรักมากที่สุด ฉันกลับไม่สามารถยื้อยุดเขาไว้ได้เลย

ทุกวันนี้ฉันเข้าใจความหมายของข้อความจากจดหมายน้อยนั้นได้เป็นอย่างดี ณ วันนี้ที่ฉันมีความรู้สึกดีดีให้กับผู้คนมากมาย ทั้งที่มีตัวตนบนโลกใบนี้ และที่ได้จากโลกใบนี้ไปแล้วก็ตาม…

หากฉันมีโอกาสได้บอกคนอื่นๆ อยากบอกกับทุกคนว่า สักวันพวกคุณก็ต้องได้เปิดประตูบานนั้นเข้าไปเจอกับสิ่งที่ฉันเคยเจอมาแล้ว แต่ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง ขอให้ทุกคนได้สะสมเรื่องราวและความรู้สึกดีดีที่มีต่อคนที่คุณรักในตอนที่เขายังมีลมหายใจอยู่ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสเหล่านั้นอีก เพราะเมื่อเวลานั้นมาถึงเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปทำในสิ่งที่อยากทำได้อีกแล้ว ถึงแม้ท้ายที่สุดแล้วเราจะทำบุญอุทิศไปให้เพียงใดแต่มันก็คงไม่ทัดเทียมกับการที่เราทำให้เขาในวันนี้ และมองเห็นคนที่เรารักมีความสุข

อย่าให้สิ่งสุดท้ายเป็นเพียงการคร่ำครวญให้กับการสูญเสียเท่านั้น อย่างน้อยเมื่อเขาจากโลกนี้ไป เราก็ยังเก็บเอาความทรงจำดีดีที่เคยทำให้กับเขาไปตลอดชีวิต ดีกว่าเสียใจกับการที่ไม่เคยทำในตอนที่มีโอกาสเลย

แม้วันนี้พ่อ…ผู้ชายอันเป็นที่รักที่สุดในชีวิต และแม่…ผู้หญิงอันเป็นที่รักที่สุดในชีวิตของฉัน จะไม่ได้อยู่กับลูกๆ แล้วก็ตาม หลายครั้งที่ฉันนึกถึง อดไม่ได้ที่น้ำตาจะไหล แต่มันก็เป็นน้ำตาที่ไหลมาจากเรื่องราวดีดีที่พวกเรามีต่อกัน

หลับให้สบายนะคุณพ่อคุณแม่ของฉัน ลูกคนนี้สัญญาว่าจะเป็นคนดีตลอดไปค่ะ

 

เรื่องราวข้างบนรวมอยู่ในหนังสือทำมือ Around Vol.1 (ปกขาว) ที่ได้ไปเขียนร่วมกับเพื่อนๆหลายคน นำมาเก็บไว้ในพื้นที่ล่องหนนี้ ในวันที่เราเองยังคงนึกถึง คนคู่นั้นตลอดเวลา

 

ความเห็น (2)

เดี่ยวเดียวดาย

     ” เคยอยู่คนเดียวบ้างไหม

       ฟังเสียงหัวใจสม่ำเสมอ

       คิดถึง..คิดถึง..เหมือนละเมอ

       แผ่วเพ้อพึมพำเดียวดาย

       อ้างว้างอย่างวันเช่นวันนี้

       ชีวิตยังไม่มีจุดหมาย

       เหม่อมองไปรอบรอบกาย

       คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคย

       บางครั้งโครมครืนอย่างคลื่นคลั่ง

       บางครั้งสงัดเงียบเชียบเฉย

       โอ้ว่าความเหงาเจ้าเอย

       เป็นเพื่อนชื่นเชยใกล้ชิด

       ขอบน้ำฝั่งฟ้าทะเลฝัน

       ใกล้กันเหมือนจะแตะต้องติด

       แค่เอื้อมมือทายทักอีกสักนิด

       ทั้งที่ไกลเกินคิดเกินไขว่คว้า “ 

                                       ทะเล…โดย คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

บทกวีข้างบนนั้น ส่งผ่านการเดินทางโดยสารแสตมป์จากพี่ที่เคารพคนหนึ่ง

บ่อยครั้งที่อยู่คนเดียว บ่อยครั้งที่ได้ยินเสียงของหัวใจตัวเอง

บ่อยครั้งที่เฝ้าคิดถึงใครต่อใคร บ่อยครั้งไปที่รู้สึกเหงาทั้งที่มีผู้คนมากมายอยู่รอบตัวเรา

ครั้งนึงเคยฟังเพลง เหงาตัวเท่าบ้าน” จำไม่ได้แล้วล่ะว่าใครเป็นคนร้อง เพราะมันนานเกือบสิบปีมาแล้วนิ

ตอนแรกนึกไม่ออกเหมือนกันว่า ความเหงามันใหญ่ได้เท่าบ้านหลังนึงเชียวหรือ

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ชีวิตที่เดินทางผ่านครึ่งหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เรากลับเข้าใจมันได้มากขึ้น

บางครั้งสิ่งที่เรามองไม่เห็น จับต้องมันไม่ได้ กลับมีอานุภาพต่อความรู้สึกเสียเหลือเกิน

 

 

 

 

ความเห็น (1)